อ.ส.ค.รับมือเปิดเสรีโคนม มุ่งบริหารจัดการฟาร์มมีคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/795304

วันอังคาร ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือการเปิดเสรี FTA ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ที่จะยกเลิกโควตาภาษีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการโคนมของ อ.ส.ค.เนื่องจาก อ.ส.ค.มีศักยภาพมากพอในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่ผ่านมาได้เตรียมความพร้อมทุกด้าน ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เช่น มีฟาร์มโคนมที่ได้มาตรฐาน มีโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยอยู่ 5 แห่ง ตลอดจนผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นและยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานของแบรนด์ไทย-เดนมาร์ค มาอย่างยาวนาน รวมทั้งเป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่ใช้น้ำนมโคสดแท้ 100% ในการผลิตและเป็นที่ยอมรับในตลาด

นอกจากนี้ อ.ส.ค.ยังมีฟาร์มประสิทธิภาพสูงซึ่งเป็นฟาร์มสาธิตเชิงธุรกิจและเป็น Smart Dairy Farm ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติและการสร้างบุคลากรมืออาชีพด้านการเลี้ยงโคนมและเป็นฟาร์มสำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์ม ให้มีความสะดวกและเหมาะสมกับการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรยุคใหม่ สอดคล้องกับหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare) พร้อมจัดซื้อแม่โครีดนม 120 ตัว เพื่อผลิตน้ำนมดิบเข้าสู่อุตสาหกรรมนมให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันให้ผลผลิตสูงถึง 21.75 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน จากเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 18 กิโลกรัมต่อตัวต่อวันถือว่าให้ผลผลิตสูงและส่งผลทำให้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ

อย่างไรก็ดี ภายหลังเปิดเสรีด้านโคนม แต่ อ.ส.ค.ไม่ได้ทอดทิ้งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในเครือข่ายซึ่งปัจจุบันยังมีปัญหาและอุปสรรคในการปรับตัว รวมทั้งมีการบริหารจัดการฟาร์มที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มีต้นทุนสูงและให้ผลผลิตต่ำไม่เพียงพอกับรายได้ประกอบกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนราคาอาหารโคนมปรับตัวสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรส่งผลให้เกษตรกรหลายครอบครัวถอดใจเลิกเลี้ยง บางรายทายาทไม่สานต่ออาชีพ หันไปประกอบอาชีพอื่น ทำให้ฟาร์มเกษตรกรรายย่อยที่มีแม่โครีดนมต่ำกว่า 20 ตัวเลิกกิจการค่อนข้างสูงโดยภาพรวมเกษตรกรเลิกเลี้ยงคิดเป็น 30%

จากวิกฤตการณ์ดังกล่าว อ.ส.ค.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้ แนะแนวทางปรับตัวโดยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟาร์มให้มีคุณภาพ มาตรฐาน ลดต้นทุนการผลิต ปรับลดขนาดฟาร์มให้เล็กลง ปรับสูตรการให้อาหารและหันมาเลี้ยงโครีดนมให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำนมดิบซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ มาตรฐานและมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้จัดทำโครงการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีสูตรผลิตอาหารสัตว์คุณภาพเพื่อให้ได้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่กำหนด เกษตรกรได้รับผลตอบแทนคุ้มค่า

Leave a comment