อว.เปิดตัวหนังสือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/795495

อว.เปิดตัวหนังสือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

อว.เปิดตัวหนังสือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วันพุธ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน สุวรรณภูมิ แผ่นดินทอง :องค์ความรู้เพื่อการขับเคลื่อนสู่อนาคตเปิดตัวหนังสือ “สุวรรณภูมิ แผ่นดินทอง” 8 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส พม่า มลายู เขมร เวียดนาม ภายใต้โครงการ เผยแพร่และส่งเสริมองค์ความรู้งานวิจัยว่าด้วยสุวรรณภูมิ (Translation and publication new knowledge on Suvarnabhumi) โดย นายเพิ่มสุข กล่าวว่า หนังสือ สุวรรณภูมิ : แผ่นดินทอง นับเป็นหลักฐานและการรวบรวมคุณค่าสำคัญซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภูมิปัญญาสุวรรณภูมิในเชิงประจักษ์ ทั้งจากหลักฐานต่างๆ ที่พบและที่ยังสืบสานต่อมาถึงปัจจุบันในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการแสดงถึงมรดกวัฒนธรรมที่ผสมผสานองค์ความรู้ระหว่าง “ศาสตร์และศิลป์” ที่สามารถนําไปสู่การพัฒนาต่อยอด ก่อให้เกิดความยั่งยืนของพื้นที่ ทั้งทางกายภาพ และทางจิตวิญญาณ สามารถสร้างและยกระดับคุณภาพชีวิตของคน สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และสามารถมาพัฒนาต่อยอดเพื่อนําภูมิปัญญาดังกล่าวให้เป็นที่รับรู้ระดับโลก และเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภูมิภาค

เพราะดินแดนสุวรรณภูมิมีความเป็นอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่มาอย่างช้านานเคยเป็นสะพานเชื่อมโลก ทั้งเรื่องของการค้า การบริการ การแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ และเป็นยุคที่เกิดนวัตกรรมด้านต่างๆ ขึ้นมาตลอดเวลา มีหลายหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้คนในดินแดนแถบนี้มีความเชี่ยวชาญในสายเลือดทั้งด้านสถาปัตยกรรม หัตถกรรม และสุนทรียศาสตร์มาเป็นเวลานาน ไม่เพียงแต่มีความเด่นเฉพาะด้านการเกษตรกรรมอย่างที่เคยเข้าใจกันมา และความยิ่งใหญ่เหล่านี้จะเป็นพื้นฐานชั้นดีในการค้นคว้าศึกษาเพื่อนำอดีตที่มีคุณค่ามาพัฒนาประเทศได้ในอนาคต โดยมี “ธัชชา” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาบุคลากรทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ ไปสู่การสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติ

“เรื่องของ “อารยธรรมสุวรรณภูมิ” กำลังเป็นที่รู้จักของคนในระดับนานาชาติผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งในรูปแบบของผลงานศึกษาวิจัยหนังสือ และสื่อในยุคดิจิทัล ในรูปแบบของแพลตฟอร์มและคลังข้อมูลออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกเรามีผลงานมากมายที่ล้วนแต่เป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานขีดความสามารถของนักวิชาการ และเพิ่มความมุ่งมั่นที่จะศึกษาเรื่องราวในอดีตจนกลายมาเป็นผลงานวิจัยที่ทรงคุณค่า รวมทั้งสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในประเทศผ่านการเข้ามาท่องเที่ยวของผู้คนจากนานาประเทศ ซึ่งต่อไปสถาบันการศึกษาอาจจะต้องตื่นตัวในเรื่องของศาสตร์ด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีมากขึ้น และเราจะต้องมีการยกระดับการทำงานในระดับนานาชาติ และนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยมากขึ้น เพื่อยกระดับเรื่องของสุวรรณภูมิศึกษาขึ้นสู่ระดับโลกให้ได้”ปลัด อว. กล่าว

Leave a comment