เรือสินค้าชนสะพาน ถล่มที่บัลติมอร์ ช่วยได้แล้ว 2 ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2773680

 เรือสินค้าชนสะพาน ถล่มที่บัลติมอร์ ช่วยได้แล้ว 2 ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉิน

26 มี.ค. 2567 18:55 น.

เรือสินค้าชนสะพาน ถล่มที่บัลติมอร์ ช่วยได้แล้ว 2 ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉิน

เรือบรรทุกสินค้าชนสะพานฟรานซิส สกอตต์ คีย์ บริดจ์ ที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐฯ ช่วยผู้ประสบภัยขึ้นจากแม่น้ำได้แล้ว 2 ขณะที่ผู้ว่าฯ แมริแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน

ทีมกู้ภัยสหรัฐฯ เร่งค้นหาผู้ประสบเหตุ สะพาน ‘ฟรานซิส สกอตต์ คีย์ บริดจ์’ ซึ่งเป็นสะพานสำคัญในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พังถล่มหลังถูกเรือสินค้าขนาดใหญ่ชน และทำให้มีรถยนต์ตกลงไปในแม่น้ำปาแทปสโกหลายคัน เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 26 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยทีมกู้ภัยสามารถช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุขึ้นมาจากแม่น้ำปาแทปสโก ซึ่งน้ำเย็นยะเยือก ได้แล้ว 2 ราย ซึ่งรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ขณะที่ทีมนักประดาน้ำก็กำลังเร่งค้นหาผู้ประสบภัยคนอื่นๆใต้แม่น้ำต่อไป

เรือบรรทุกสินค้าชนสะพานฟรานซิส สกอตต์ คีย์ บริดจ์ จนพังถล่มที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ 26 มี.ค.2567

ด้านผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐแมริแลนด์ หลังเกิดเหตุสะพานฟรานซิส สกอตต์ คีย์ บริดจ์ ซึ่งเป็นสะพานถนน 4 เลน ที่มีความยาวร่วม 1.6 ไมล์ หรือราว 2.5 กิโลเมตร พังถล่มเนื่องจากโดนเรือบรรทุกสินค้า Dali ชนกับตอม่อหรือเสาของสะพานต้นหนึ่ง จนทำให้สะพานพังถล่มลงมา และทำให้มีรถยนต์หลายคันที่กำลังแล่นข้ามสะพานพอดีตกลงไปในแม่น้ำ

มีรายงานว่า บริษัท Maersk บริษัทขนส่งทางเรือยักษ์ใหญ่ยืนยันแล้วว่า เรือบรรทุกสินค้าชื่อ Dali ซึ่งติดธงสิงคโปร์ ที่ชนสะพานฟรานซิส สกอตต์ คีย์ บริดจ์ ที่เมืองบัลติมอร์นั้น เป็นเรือบรรทุกสินค้าที่บริษัท Maersk ไปเช่ามา

ขณะที่ บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของเรือ Dali เปิดเผยว่า เรือบรรทุกสินค้า Dali ได้ชนกับตอม่อ หรือเสาค้ำสะพานต้นหนึ่ง และเบื้องต้นไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่ทำให้เรือบรรทุกสินค้าลำนี้ชนตอม่อของสะพานฟรานซิส คีย์ บริจด์ จนทำให้สะพานพังถล่มลงมาจนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : CNN

Leave a comment