#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/798099

วันอังคาร ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากปรากฏการณ์เอลนีโญ จึงต้องพิจารณาบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีเพียงพอ ตามลำดับความสำคัญตลอดฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำ ยึดหลักการจัดสรรน้ำอย่างสมดุลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
สำหรับการบริการจัดการน้ำในพื้นที่ EEC ใช้โครงข่ายน้ำภาคตะวันออกในการผันน้ำเชื่อมโยง จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้สามารถป้องกันผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีน้ำอุปโภค-บริโภค เช่นเดียวกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกร โดยอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง มีปริมาณน้ำใช้การ 145 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีความต้องใช้น้ำในระบบของอ่างเก็บน้ำประแสร์ประมาณ 28 ล้านลบ.ม. และผันน้ำไปยังกลุ่มอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล-คลองใหญ่-ดอกกราย จ.ระยอง 8 ล้านลบ.ม. รวมใช้น้ำ 36 ล้านลบ.ม. เหลือน้ำในระบบสำรองไว้ 109 ล้านลบ.ม.
ส่วนกลุ่มอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล-คลองใหญ่-ดอกกราย มีปริมาณน้ำใช้การรวม 145 ล้านลบ.ม. รวมกับน้ำที่ผันมาจากอ่างเก็บน้ำประแสร์อีก 8 ล้านลบ.ม. รวมปริมาณน้ำใช้การ 153 ล้านลบ.ม. มีความต้องการใช้น้ำพื้นที่รวม 36 ล้านลบ.ม. เหลือน้ำสำรองในระบบ 117ล้านลบ.ม. ขณะที่กลุ่มอ่างเก็บน้ำบางพระและอ่างเก็บน้ำหนองค้อ รวมกับอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 5 แห่ง ในพัทยา จ.ชลบุรี มีปริมาณน้ำใช้การรวม 61 ล้านลบ.ม. มีความต้องการใช้น้ำ 15 ล้านลบ.ม.เหลือน้ำสำรองในระบบ 46 ล้านลบ.ม. เมื่อสิ้นสุดฤดูแล้งจะเหลือปริมาณน้ำสำรองในระบบโครงข่ายน้ำตะวันออก รวม 272 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะใช้เป็นปริมาณน้ำต้นทุนช่วงต้นฤดูฝนปีนี้ และสำรองไว้ใช้กรณีที่เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง
นอกจากนี้ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสทนช.ยังคำนึงถึงคุณภาพน้ำเป็นประเด็นที่สำคัญ เช่น ในพื้นที่ จ. ฉะเชิงเทรา ได้ประสานงานร่วมกับกรมชลประทาน และการประปาส่วนภูมิภาค ในการดึงน้ำจากบึงฝรั่งเพื่อรักษาคุณภาพน้ำที่จุดสูบน้ำบริเวณคลองพระองค์ไชยยานุชิต ให้มีมาตรฐานคุณภาพที่เหมาะสมต่อการผลิตน้ำประปาตลอดช่วงฤดูแล้งปีนี้ สามารถบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำใน จ.ฉะเชิงเทรา
“สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคตนั้น มีโครงการที่สำคัญ เช่น โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ ความจุ 68.1 ล้านลบ.ม. จะแล้วเสร็จปี 2568 และโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ความจุ 99.5 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นอกจากนี้ยังมีโครงการผันน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง-อ่างเก็บน้ำคลองสียัด ดังนั้น ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าในพื้นที่ EEC จะมีความมั่นคงด้านน้ำที่ยั่งยืนอย่างแน่นอน” รองเลขาธิการ สทนช.กล่าว