120 ปี โรงเรียนราชินี อนุสรณ์สถานแห่งรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/798053

120 ปี โรงเรียนราชินี อนุสรณ์สถานแห่งรัก

120 ปี โรงเรียนราชินี อนุสรณ์สถานแห่งรัก

วันอังคาร ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี

เนื่องในปี พ.ศ.2567 เป็นปีที่โรงเรียนราชินีได้รับพระราชทานกำเนิดครบ 120 ปี เพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวทิตาในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี และพระกรุณาธิคุณในพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์จักรีโรงเรียนราชินีจึงจัดกิจกรรมเพื่อเริ่มต้นการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 120 ปี โรงเรียนราชินี โดยจัดการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับการศึกษาของสตรีไทย” โดย ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุและ การเสวนาวิชาการ เรื่อง “โรงเรียนราชินี : มุมมองประวัติศาสตร์พื้นที่และสถาปัตยกรรมของอาคารสุนันทาลัย” โดย รศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง และ รศ.ดร.กรรณิการ์ สุธีรัตนารมย์ ดำเนินการเสวนา โดย สุชาทิพ จิรายุนนท์ ณ ห้องประชุมอาคารสว่างวัฒนา โรงเรียนราชินี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567

โรงเรียนราชินี เป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานกำเนิดจาก สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถฯ ในพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2447 ณ ตึกแถวมุมถนนอัษฎางค์และจักรเพชร ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นสถานที่สำหรับสตรีไทยได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ สามารถอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมทั้งมีความชำนาญทางการช่างฝีมือที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ มีการอบรม ศีลธรรมจรรยา และมารยาท เพื่อยกระดับสตรีไทยให้พรั่งพร้อมไปด้วยความรู้ความสามารถรอบด้าน โปรดให้จ้างครูจากประเทศญี่ปุ่น 3 คนมาสอนภาษาอังกฤษ คำนวณ วิทยาศาสตร์ วาดเขียน เย็บปักและการประดิษฐ์ดอกไม้แห้ง โดยมี มิสเทตสุ ยาซูอิ เป็นอาจารย์ใหญ่ ต่อมาทรงจ้างสตรีไทยมาเป็นครูสอนภาษาไทยและการตัดเย็บเสื้อผ้าอีก 1 คน มีการเปิดรับนักเรียนกินนอนขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาในปี2448 ต่อมาทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวย้ายโรงเรียนมาอยู่ ณ สถานที่สุนันทาลัยจนถึงปัจจุบัน

จุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาสตรีไทยในยุคแรกเริ่มนักเรียนที่จบการศึกษาจะออกไปสนองพระเดชพระคุณรับราชการในราชสำนัก ต่อมาเมื่อมีการเปิดโอกาสให้สตรีเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยส่งผลให้มีนักเรียนราชินีเข้าเป็นนิสิตหญิงรุ่นแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ถึง 3 ใน 4 ของจำนวนนิสิตแรกเข้า ในปี 2476 นางสาวสายหยุดเก่งระดมยิง นักเรียนราชินีได้เป็นนักเรียนสตรีคนแรกที่สอบชิงทุนไปศึกษาต่อยังต่างประเทศได้ และในปีต่อๆ มานักเรียนราชินีก็สามารถสอบเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องนับได้ว่าโรงเรียนราชินีเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของสตรีไทย อันเป็นการช่วยยกระดับสถานะของสตรีไทยให้เท่าเทียมกับบุรุษ

จากแนวพระราโชบาย สู่ปรัชญาอันสำคัญของโรงเรียนที่ว่า “เลิศความรู้คู่จริยา” ทำให้โรงเรียนราชินี มีเกียรติประวัติอันยาวนานในการปลูกฝังอบรมนักเรียนราชินีทุกคนให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทั้งด้านวิชาการ ทักษะงานฝีมือและเป็นผู้มีความประพฤติมีกิริยามารยาทเป็นกุลสตรีไทย สตรีไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าจึงล้วนได้รับการศึกษาจากโรงเรียนราชินี โดยเฉพาะสายพระราชวงศ์จักรี อาทิ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7, สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา

ตลอดระยะเวลา 120 ปี ที่ผ่านมา โรงเรียนราชินีได้สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและมีผลงานที่ได้รับการยอมรับของสังคมในทุกสาขาอาชีพ ทั้งในวงการแพทย์ เภสัชกรรม การศึกษา กฎหมาย การเมือง สังคมสงเคราะห์ วรรณกรรม ตลอดจนวงการบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนเก่าที่โรงเรียนราชินีภาคภูมิใจ

หนึ่งในอาคารสำคัญภายในโรงเรียนราชินี ได้แก่ “สุนันทาลัย” เป็นอาคารที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์สถาน แสดงความอาลัยรักถึงพระมเหสี สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ซึ่งเสด็จสวรรคตด้วยอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งล่ม เมื่อปี 2423 ต่อมาได้พระราชทานให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนสุนันทาลัยและโรงเรียนราชินีในเวลาต่อมาตราบจนถึงปัจจุบัน เป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้น อายุกว่า 144 ปี มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหน้ามีมุกเป็นรูปมงกุฎยื่นออกมา ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นงดงาม ซุ้มประตูทำเป็นรูปโค้งรองรับด้วยเสาโครินเธียน ประดับด้วยตุ๊กตาหินอ่อนในช่องระหว่างเสา มีทางขึ้นชั้นสองอยู่ด้านนอกอาคาร โครงสร้างใช้กำแพงเป็นตัวรับน้ำหนักหลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องไม่มีกันสาด โดยมีทางเดินโดยรอบทำหน้าที่แทนกันสาด เหนือกรอบประตูมีการเจาะช่องแสงประดับกระจกเป็นรูปวงกลมทำให้เกิดการสะท้อนของแสงเป็นสีที่มีความงดงามแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับกิจกรรมสำคัญในปีแห่งการฉลองครบรอบโรงเรียนราชินีจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2567 ได้แก่ นิทรรศการทางวิชาการ “ราชินีนิทรรศน์” ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม “120 ปี ราชินีแรลลี่” 31 สิงหาคม “คอนเสิร์ตการกุศล 120 ปี โรงเรียนราชินี” 30 พฤศจิกายน และงานคืนสู่เหย้า “พิกุลแก้วสู่สวนขวัญ” ในวันที่ 21 ธันวาคม ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ก “120 ปีราชินี ศักดิ์ศรีกำจรจาย”https://www.facebook.com/rajinischoolAnni

ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กล่าวปาฐกถาพิเศษ

ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กล่าวปาฐกถาพิเศษ

รศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง และ รศ.ดร.กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ ร่วมเสวนา

รศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง และ รศ.ดร.กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ ร่วมเสวนา

ม.ล.ประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ อดีตผู้จัดการ รร.ราชินี, จิตติมณฑน์ ธเนศโชติกร ครูใหญ่ และ เรืองศิริ สิงหเดช อดีตครูใหญ่

ม.ล.ประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ อดีตผู้จัดการ รร.ราชินี, จิตติมณฑน์ ธเนศโชติกร ครูใหญ่ และ เรืองศิริ สิงหเดช อดีตครูใหญ่

สุภกัญญา ชวนิชย์ ผู้จัดการ รร.ราชินี และ ม.ล.ประทิ่นทิพย์
นาครทรรพ

สุภกัญญา ชวนิชย์ ผู้จัดการ รร.ราชินี และ ม.ล.ประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ

ความงดงามของอาคารสุนันทาลัย

ความงดงามของอาคารสุนันทาลัย

Leave a comment