#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/801504

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘สนามหลวง’ภูมิสถานงานแผ่นดินและประชาชน
วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 08.00 น.
สนามหลวง
เดือนเมษายนที่ผ่านมาสนามหลวง หรือ ทุ่งพระเมรุเดิมนั้น มีการจัดงานสำหรับประชาชน อย่างต่อเนื่อง แม้อากาศจะร้อนสุดร้อน สนามหลวงก็ยังได้ถูกใช้เป็นสถานที่ของการจัดงานหลากหลายจนถึงวันมหาสงกรานต์โลก สนามหลวงจึงเป็นสนามสำหรับงานของประชาชนตามเดิม คติการจัดตั้ง หรือสร้างสนามหลวงนั้นจำลองแบบมาจากความเชื่อในเรื่องมณฑลจักรวาล ที่ใช้เป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่งทั้งปวง โดยแสดงออกมาในรูปของสัญลักษณ์แทนสรรพสิ่งต่างๆ ในจักรวาลเชิงบุคลาธิษฐาน แสดงเป็นเทพเจ้าต่างๆ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งมณฑลจักรวาล กล่าวคือ สนามหลวง นั้นเดิมเรียกสนามนี้อย่างไรไม่ปรากฏ แต่สร้างไว้เป็นสนามของประชาชนอย่างอยุธยา การถูกเรียกทุ่งพระเมรุนั้นเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นต้นมา ได้ใช้สนามหลวงเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ เช่น เป็นที่ตั้งพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ ด้วย ในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ทำนาที่สนามหลวง เพื่อแสดงให้ปรากฏแก่นานาประเทศว่าเมืองไทย บริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหารมีไร่นาไปจนใกล้ๆ พระบรมมหาราชวัง และเป็นการแสดงว่าสยามใส่ใจการสะสมเสบียงอาหารไว้เป็นกำลัง ของบ้านเมืองด้วย การถูกใช้เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีนาถ และพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง รวมถึงสมเด็จพระสังฆราชนั้น สอดคล้องกับคติความเชื่อเรื่องมณฑลจักรวาล เปรียบเป็นศูนย์กลางของเทพผู้มีพระบารมีกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง

งานเฉลิมพระชนมพรรษา
ดังนั้นการสร้างพระบรมมหาราชวังอันเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ จึงจำลองเรื่องจักรวาลมา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์กลางของบ้านเมือง แต่เดิมนั้นพื้นที่สนามหลวงไม่ใหญ่โตเท่าปัจจุบัน สำหรับให้ประชาชนได้ใช้ในจัดกิจกรรมต่างๆ ด้วย ต่อมาพ.ศ.๒๓๙๘ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกคำว่าทุ่งพระเมรุ เปลี่ยนเป็น “ท้องสนามหลวง”ดังปรากฏในประกาศว่า “ที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้น คนอ้างการซึ่งนานๆ มีครั้งหนึ่ง แลเป็นการอวมงคล มาเรียกเป็นชื่อตำบลว่า“ทุ่งพระเมรุ” นั้นหาชอบไม่ -ตั้งแต่นี้สืบไปที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้น ให้เรียกว่า“ท้องสนามหลวง””และโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีพืชมงคล พิธีพิรุณศาสตร์มีกำแพง แล้วล้อมรอบบริเวณข้างในสร้างหอพระพุทธรูปสำคัญเป็นที่ประดิษฐานพระสำหรับพิธีสำหรับการพิธีมีพลับพลาที่ทำการ พระราชพิธีมีหอดักลมลงที่พลับพลาสำหรับทอดพระเนตรการทำนา ข้างพลับพลามีโรงละครสำหรับเล่นบวงสรวง ด้านเหนือ มีพลับพลาน้อยสร้างบนกำแพงแก้วสำหรับประทับทอดพระเนตรการทำนาในท้องทุ่งนอกกำแพงแก้วยังมีฉางสำหรับใส่ข้าวที่ได้ จากการปลูกข้าว ต่อมาสนามหลวงแห่งนี้ได้ขยายพื้นที่กว้างขวาง ด้วยเหตุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงยกเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหลังจากพระมหาอุปราชแห่งวังหน้าองค์สุดท้ายทิวงคตทำให้ ป้อมปราการสถานที่ของวังหน้าทรุดโทรมลง จึงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อส่วนที่ทรุดโทรมโดยเฉพาะชั้นนอกด้านตะวันออกเปิดพื้นที่ท้องสนามหลวง และเมื่อเสด็จกลับจากประพาสยุโรป เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๐ ก็โปรดเกล้าฯ ให้ตกแต่งพระนครให้ทันสมัย ขยายท้องสนามหลวงขึ้นไปทางทิศเหนือ ตกแต่งบริเวณท้องสนามหลวงเป็นรูปไข่และปลูกต้นมะขามโดยรอบ และใช้สนามหลวงเป็นที่ประกอบพิธีต่างๆ เช่น การฉลองพระนครครบ ๑๐๐ ปี งานฉลองเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับจากยุโรปใน พ.ศ.๒๔๔๐ และในรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆ ในการชุมนุมเสือป่าลูกเสือและใช้เป็นสนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ การแข่งว่าวและกีฬาไทย
สนามหลวงแห่งนี้เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๔ ตอนที่ ๑๒๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๐ มีเนื้อที่๗๔ ไร่ ๖๓ ตารางวา ปัจจุบันแม้จะลดความเป็นสนามหลวงของประชาชนก็ยังถูกใช้จัดงานสำคัญๆเช่นเดิม เพียงแต่กิจกรรมบางเรื่องนั้นได้จัดในศูนย์การค้าและลานคนเมืองแทน ผลจากมีการขยายพื้นที่และเกิดชุมชนใหม่ขึ้น

สนามหลวง

สนามหลวงปัจจุบัน

สนามหลวง-ภาพมุมสูง

ตลาดนัดสนามหลวง

สนามหลวงยามราตรี

งานพระเมรุมาศในอดีต

สนามหลวงในร.๕

ท้องพระโรง

สนามหลวง สะพานพระราม 8

สนามหลวง

งานวันสงกรานต์

งานฉลอง

สนามหลวง-สนามเด็กเล่น

งานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์