SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2783929

8 พ.ค. 2567 12:33 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ไบต์แดนซ์” สู้กลับ ยื่นฟ้องรัฐบาลหวังบล็อกกฎหมายแบน “TikTok” ในสหรัฐฯ
“ไบต์แดนซ์” และ “ติ๊กต่อก” ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพื่อหวังบล็อกกฎหมายที่บังคับให้ติ๊กต่อก ต้องขายกิจการ เพื่อมิให้แอปฯ ถูกแบนในสหรัฐฯ
“ติ๊กต่อก” (TikTok) และ “ไบต์แดนซ์” (ByteDance) บริษัทแม่ในจีน ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อพยายามขัดขวางกฎหมายที่ลงนามโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่สั่งให้บริษัทไบต์แดนซ์ ต้องขายกิจการแอปฯ ดังกล่าวภายในวันที่ 19 มกราคมปีหน้า ไม่เช่นนั้นแอปฯ ติ๊กต่อกจะไม่สามารถใช้ได้ในอเมริกาหลังพ้นเส้นตายดังกล่าว
ทั้งสองบริษัท ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เขตดิสทริกต์ ออฟ โคลัมเบีย โดยโต้แย้งว่ากฎหมายดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงการฝ่าฝืนการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 โดยกฎหมายที่ลงนามโดยประธานาธิบดีไบเดน เมื่อวันที่ 24 เมษายน กำหนดให้ไบต์แดนซ์ บริษัทแม่ของติ๊กต่อก ต้องขายกิจการแอปฯ ภายในวันที่ 19 มกราคมปีหน้า
ทั้งสองบริษัทกล่าวในการยื่นฟ้องว่า “เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สภาคองเกรสได้ออกกฎหมายที่กำหนดให้แพลตฟอร์มแสดงความคิดเห็นถูกแบนอย่างถาวรทั่วประเทศ”
คดีดังกล่าวระบุว่า การขายกิจการ “เป็นไปไม่ได้: ไม่ใช่ในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ทางเทคโนโลยี หรือถูกกฎหมาย … ไม่ต้องสงสัยว่า: พระราชบัญญัติ (กฎหมาย) จะบังคับให้ปิดติ๊กต่อก ภายในวันที่ 19 มกราคม 2568 และปิดปากชาวอเมริกัน 170 ล้านคนที่ใช้แพลตฟอร์มเพื่อสื่อสารในรูปแบบที่ไม่สามารถจำลองแบบที่อื่นได้”
ทำเนียบขาวกล่าวว่า ต้องการให้การเป็นเจ้าของแอปฯ ที่มีฐานในจีน สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ แต่ไม่ใช่การห้ามติ๊กต่อก ทำเนียบขาวและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการฟ้องร้อง
คดีนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของติ๊กต่อก ที่จะเดินหน้าป้องกันไม่ให้บริษัทถูกปิดตัวในสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทอย่าง “สแนป” (Snap) และ “เมตา” (Meta) ต่างกำลังหวังใช้ประโยชน์จากความไม่แน่นอนของติ๊กต่อก เพื่อแย่งชิงรายได้จากการโฆษณาจากคู่แข่ง
สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ แสดงความกังวลอย่างมากว่า จีนสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับชาวอเมริกันหรือสอดแนมด้วยแอปฯ นี้ได้ มาตรการดังกล่าวจึงผ่านความเห็นชอบอย่างท่วมท้นในสภาคองเกรส เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากกาเสนอลงมติ ด้านติ๊กต่อกปฏิเสธว่าบริษัทไม่เคยเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯ โดยกล่าวหาสมาชิกสภานิติบัญญัติสหรัฐฯ ว่าคาดเดาไปเอง
ราจา กฤษณมูรธี ผู้แทนพรรคเดโมแครตระดับสูงในคณะกรรมการจีน ประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวเป็น “วิธีเดียวที่จะจัดการกับภัยคุกคามความมั่นคงของชาติที่เกิดจากความเป็นเจ้าของแอปติ๊กต่อกของไบต์แดนซ์”
กฎหมายห้ามไม่ให้แอปสโตร์ของแอปเปิล และเพลย์ สโตร์ ของกูเกิล เสนอการดาวน์โหลดแอปฯ ติ๊กต่อก และห้ามผู้ให้บริการโฮสติ้งอินเทอร์เน็ต รองรับติ๊กต่อก เว้นแต่ไบต์แดนซ์ จะขายติ๊กต่อกภายในวันที่ 19 มกราคม
คำฟ้องดังกล่าวระบุว่า รัฐบาลจีนได้แสดงความชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้มีการขายเครื่องมือแนะนำซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของ ติ๊กต่อกในสหรัฐฯ บริษัทต่างๆ ขอให้ศาลอุทธรณ์ ขัดขวางมิให้นายเมอร์ริค การ์แลนด์ อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
ข้อมูลตามคำฟ้องระบุว่า หุ้น 58% ของไบต์แดนซ์ เป็นของนักลงทุนสถาบันระดับโลก รวมถึง BlackRock, General Atlantic และ Susquehanna International Group ส่วน 21% เป็นของผู้ก่อตั้งชาวจีนของบริษัท และ 21% เป็นของพนักงาน ซึ่งรวมถึงชาวอเมริกันประมาณ 7,000 คน.
ที่มา Reuters
ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign