SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/804917

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้รณรงค์ให้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีการกำจัดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากการเผาไปเป็นวิธีอื่นๆ เช่น การทำปุ๋ยหมัก หรือการไถกลบตอซังพืชเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน จึงนำองค์ความรู้ในการทำปุ๋ยหมัก โดยใช้ผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และน้ำหมักชีวภาพ เผยแพร่สู่เกษตรกร นำไปขยายผลในพื้นที่ทำการเกษตร และให้พี่น้องเกษตรกรตื่นตัวกับการทำปุ๋ยหมักใช้เอง เป็นการลดต้นทุนการผลิต อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมกิจกรรมการไถกลบงดเผา และมีจัดกิจกรรม “โครงการรณรงค์การทำปุ๋ยหมักจากซังข้าวโพดและเศษพืช เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน และลดปัญหาหมอกควันและ PM2.5” ที่บ้านต่อเรือ หมู่ 2 ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่ง จ.เชียงใหม่มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 2.98ล้านไร่ มีเศษเหลือของวัสดุจากการเกษตรกว่า 1.16 ล้านตันต่อปี หากนำเศษวัสดุทางการเกษตร มาทำปุ๋ยหมักในการปรับปรุงดิน จะทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 20–30% และช่วยลดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร
ด้านนายสมบูรณ์ ธิจันทร์ ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 กล่าวว่า ได้เตรียมสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 สำหรับทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ในการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และช่วยเร่งการย่อยสลายเศษซากพืชได้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพถึง 8 สายพันธุ์ซึ่งจะย่อยสารประกอบเซลลูโลส สามารถย่อยสลายน้ำมัน หรือไขมันในวัสดุหมักที่ย่อยสลายตัวยาก เป็นจุลินทรีย์ที่ทนอุณหภูมิสูง ย่อยวัสดุเหลือใช้ได้หลากหลายและครอบคลุม สามารถทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแทนการเผา ซึ่งทำได้ง่าย เช่น ฟางข้าวผสมกับมูลสัตว์ หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆ