อว.ยกระดับสาธารณสุขไทยผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมล้ำสมัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805752

อว.ยกระดับสาธารณสุขไทยผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมล้ำสมัย

อว.ยกระดับสาธารณสุขไทยผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมล้ำสมัย

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The Annual Meeting of International Conference on Gnomics (ICG-19) จัดโดย BGI Genomics ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมประกาศเจตจำนงในการดำเนินการ (LOI) เกี่ยวกับความร่วมมือด้านนวัตกรรมที่ใช้ในการคัดกรอง ป้องกัน และจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร รักษาการแทนอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Professor Yang Huanming, Academician of Chinese Academyof Sciences Co – founder of BGI Groupนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้นำในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1210ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากในด้านจีโนมิกส์และเทคโนโลยีชีวภาพ ก่อให้เกิดความสำเร็จอันโดดเด่นในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์แม่นยาเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งนวัตกรรมที่ใช้ในการคัดกรอง ป้องกัน และจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยด้วย ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติการป้องกันและจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือด ผ่านความร่วมมือระหว่างศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และแบงกอกจีโนมิกส์ อินโนเวชัน (BKGI) ที่ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ เป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นของโรคหัวใจและหลอดเลือดแดง (ASCVD) ที่เรียกว่าการตรวจ Trimethylamine N-Oxide (TMAO) ในเลือด ซึ่งเป็นสารเมตาบอไลต์ที่ผลิตโดยแบคทีเรียในลำไส้ โดยได้รับการระบุว่าเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพใหม่สำหรับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด การนำการตรวจนี้ไปใช้ในระบบการดูแลสุขภาพของไทยจะช่วยในการคัดกรองบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ก่อนที่จะมีอาการ ทำให้สามารถดูแลเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม

“เนื่องจากโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในประเทศไทยมีผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันประมาณ 100,000 รายต่อปี โรคหลอดเลือดสมองมีผู้ป่วยประมาณ 300,000 รายต่อปี คิดเป็นค่าใช้จ่ายของภาครัฐไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี โดยค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมถึงค่าเสียโอกาสและค่าใช้จ่ายอื่นๆในการดูแลประคับประคองด้วย นวัตกรรมนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเมืองเท่านั้น แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย” รมว.อว. กล่าว

Leave a comment