SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/807827

กสม.เสนอ ครม.-ศธ.กำหนดระเบียบทรงผมนักเรียน ต้องรับฟังความเห็นของเด็ก
วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.17 น.
กสม.เสนอ ครม.-ศธ.กำหนดระเบียบทรงผมนักเรียน ต้องรับฟังความเห็นและเน้นการมีส่วนร่วมของเด็ก การกำหนดแบบทรงผม และการลงโทษ ถือเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 นายบุญ สมนึก ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบังคับให้นักเรียนตัดทรงผมตามข้อบังคับของโรงเรียน ตลอดจนการทำโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืนเกินสมควรแก่เหตุ โดยในปี 2566 กระทรวงศึกษาธิการได้หารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาและต่อมาได้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 และให้สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการไว้ทรงผมนักเรียนได้เอง
กสม.เห็นว่าการกำหนดแบบทรงผมนักเรียนและการลงโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการไว้ทรงผมนักเรียนเป็นประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน จึงเห็นสมควรให้มีการศึกษาเรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการคุ้มครองสิทธิของเด็ก แม้ปัจจุบันสถานศึกษาแต่ละแห่งจะมีอำนาจกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนได้เองตามแนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ แต่การกำหนดแบบทรงผมของนักเรียนถือเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เป็นการก้าวล่วงเข้าไปยังแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพในการตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับเส้นผม การกำหนดแบบทรงผมของนักเรียน จึงต้องมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติให้อำนาจไว้เสียก่อน และไม่อาจนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจทั่วไปในการบริหารงานภายในหน่วยงานด้านการศึกษามาใช้ได้
ในการประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัด ถือปฏิบัติว่ากระทรวงศึกษาธิการและสถานศึกษาไม่มีอำนาจกำหนดแบบทรงผมของนักเรียน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ทั้งต้องมีมาตรการ ว่าหากมีความจำเป็นต้องสั่งการให้นักเรียนตัดผมหรือไว้ทรงผมในกรณีใดจะต้องปรากฏความจำเป็นเพื่อการรักษาสุขอนามัย หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของตนเองหรือผู้อื่นเท่านั้น ระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษาจะต้องเกิดจากการรับฟังความเห็นของนักเรียน โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของนักเรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการคุ้มครองสิทธิของเด็ก
และให้คณะรัฐมนตรีโดยกระทรวงศึกษาธิการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 หมวด 7 การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งกายโดยเฉพาะเรื่องทรงผมของนักเรียน ว่าจะต้องมีขึ้นได้ แต่โดยเหตุผลอันสมควรเท่านั้น และให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตรากฎกระทรวงฉบับใหม่ที่เป็นมาตรฐานกลางในการออกระเบียบ หรือข้อกำหนดของสถานศึกษาเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียน กฎกระทรวงเกี่ยวกับมาตรการบังคับให้เป็นไปตามระเบียบหรือกฎว่าด้วยทรงผมนักเรียนของแต่ละสถานศึกษา และกฎกระทรวงว่าด้วยวิธีการรับฟังความเห็นของนักเรียนและนักศึกษา โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียนและผู้ปกครองเป็นสำคัญ
