‘อิสระ’บนความเสี่ยงใต้อำนาจกดทับ ‘ไรเดอร์’รอความหวัง‘กฎหมายคุ้มครอง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809477

‘อิสระ’บนความเสี่ยงใต้อำนาจกดทับ ‘ไรเดอร์’รอความหวัง‘กฎหมายคุ้มครอง’

‘อิสระ’บนความเสี่ยงใต้อำนาจกดทับ ‘ไรเดอร์’รอความหวัง‘กฎหมายคุ้มครอง’

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ยุคดิจิทัล” นำมาซึ่ง “ความสะดวกสบาย” อยากได้อะไรก็“กดสั่ง” คลิกเดียวแค่ปลายนิ้ว จากหลากหลายแอปพลิเคชั่น แต่อีกด้านหนึ่ง “ภายใต้ความสบายก็มีต้นทุน” ซึ่งหมายถึงสิ่งที่บรรดา “ไรเดอร์” ผู้ใช้ชีวิตบน “สองล้อเครื่อง”ขี่มอเตอร์ไซค์นำสินค้าโดยเฉพาะ “อาหาร” ไปส่งให้ลูกค้าถึงที่ต้องแบกรับ นั่นคือ“ค่าตอบแทนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” บีบบังคับให้ต้อง “ท้าความตาย” ตั้งแต่ใช้ความเร็วสูง มุด-ปาด-เบียด ย้อนศร ฝ่าไฟแดง หรืออะไรก็ตามเพื่อ “ทำรอบ” การส่งสินค้าในแต่ละวันให้ได้ค่าจ้างเพียงพอเลี้ยงตนเองหรือแม้แต่คนในครอบครัว

“113” เป็นตัวเลขของจำนวนครั้งที่ไรเดอร์ก่อการ “ประท้วง” บริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ต้นสังกัด ระหว่างปี 2562-2566 ตามการรวบรวมขององค์กร Rocket Media Lab ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการเรียกร้องให้ปรับปรุงเรื่องค่าตอบแทนการทำงานมากที่สุด ถึง 93 ครั้งโดยพบว่า ตลอด 5 ปีดังกล่าว แพลตฟอร์มได้ปรับลดค่าตอบแทน หรือ “ค่ารอบ” ลงถึง 15 ครั้ง ส่วนที่เหลือเป็นการประท้วงเรื่องระบบการรับ-จ่ายงาน และเรื่องสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน

“เดือนพฤษภาคมของทุกปี” ถือเป็น “เดือนของผู้ใช้แรงงาน” เพราะมีทั้งวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติ และวันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีหลายเวทีเสวนาที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ซึ่งก็มีในส่วนของตัวแทนกลุ่มไรเดอร์ที่ไปร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย

อาทิ วงเสวนา “ขบวนการแรงงานกับนโยบายแรงงานของพรรคการเมือง”จัดโดย วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงันและองค์กรแรงงานต่างๆ หลายองค์กร วันที่ 19 พ.ค. 2567 อนุกูล ราชกุณา ผู้ประสานงานเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ ซึ่งไปร่วมในเวทีดังกล่าว ได้ให้ความเห็นว่า นับวันการจ้างงานในรูปแบบแพลตฟอร์มมีแต่จะแย่ลง

ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะการจ้างงานแบบแพลตฟอร์ม ทำให้ดูเหมือนว่าได้ย้อนกลับไปในยุคที่ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองชั่วโมงการทำงาน อีกทั้งไรเดอร์ยังถูกกดค่าแรงด้วยการปรับลดค่ารอบโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งในยุค 4.0 เราได้เห็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก แต่ถูกนำมาใช้เพื่อการขูดรีด ในขณะที่รัฐก็ตามไม่ทันการจ้างงานรูปแบบนี้

“เราเห็นไรเดอร์สมัยก่อนเขาจะรวมกันเป็นกลุ่มๆ แล้วจะมีคนที่เก่งมือถือคนหนึ่งคอยทำมือถือให้เพื่อนๆ ใครเครื่องแรงก็ได้งานไป นี่คือการรวมกลุ่ม แต่ว่าแพลตฟอร์มเขารู้จุดนี้ดี เขาเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานใหม่เป็นยิงงานเข้าตัว จากไรเดอร์รวมกลุ่มกันทีนี้กระจายกันเลย รวมกลุ่มกันยากมากยิ่งขึ้น” ผู้ประสานงานเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ ระบุ

อนุกูล กล่าวต่อไปว่า เมื่อมองไปที่พรรคการเมือง พบมีเพียงไม่กี่พรรคที่พูดถึงประเด็นไรเดอร์หรือประเด็นแรงงาน นอกนั้นมีเพียงการหาเสียงตอนช่วงเลือกตั้ง จึงอยากสื่อสารกับพรรคการเมือง ช่วยหยิบยกประเด็นของไรเดอร์ไปเป็นวาระแห่งชาติ เพราะนับวันการจ้างงานมีแต่การผลักคนออกนอกระบบมากขึ้น อีกทั้งยังจ้างงานแบบแฝงไปด้วยเล่ห์กลต่างๆ มีการใช้เทคโนโลยี “อัลกอริทึม (Algorithm)” เพื่อแยกคนทำงานไม่ให้รวมกลุ่มกันได้

ขณะที่อีกเวทีหนึ่ง วงเสวนา “ทางออก ทางแก้ปัญหาไรเดอร์ กับสวัสดิการในฝัน” จัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 25 พ.ค. 2567ประภาพร ผลอินทร์ ผู้ประสานงานกลุ่มไรเดอร์ฝั่งธนฯ กล่าวว่า ไรเดอร์ถือเป็นอาชีพอิสระ เข้าทำนอง “อยากได้เงินก่อนคนอื่นก็ต้องตื่นเช้า..ถ้าตื่นสายก็ได้เงินช้า” แต่ก็เป็นแรงงานที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ “เช้าออกมาส่งอาหาร..ไม่รู้ตอนเย็นจะได้กลับบ้านหรือเปล่า?” อีกทั้งพบว่า ในขณะที่ค่าครองชีพโดยเฉพาะ “ค่าน้ำมัน” เพิ่มสูงขึ้น แต่รายได้ของไรเดอร์กลับลดลง

“ไรเดอร์อยากมีสวัสดิการ อย่างเช่นว่ารักษาพยาบาล สวัสดิการที่พวกเราอยากได้ก็คือ อย่างวิ่ง 24 ชั่วโมง บางคนก็วิ่งเป็นเวลานั้นเวลานี้ แต่ด้วยงานแล้วเราจะวิ่งตอนไหนก็ได้ ถ้าเราจะต้องเครียดกับค่ารอบที่มันต่ำลง เรามีเป้าของเรา สมมุติ 800 หรือ 1,000 อะไรก็แล้วแต่ ด้วยค่าครองชีพแล้วก็คนทางบ้าน เรียกว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวเราต้องวิ่งให้มากขึ้น ถ้ามันยังไม่ได้เป้าก็ยังเข้าบ้านไม่ได้ มันก็จะอยู่กับท่าเดิมนานๆ แล้วก็ยังส่งผลต่อความเครียดบ้าง เรื่องสุขภาพบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคอ-บ่า-ไหล่ หรือไม่ก็ปวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อมือ” ประภาพรกล่าว

ผู้ประสานงานกลุ่มไรเดอร์ฝั่งธนฯ เสนอแนะว่า อยากให้มีสวัสดิการตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาลให้กับไรเดอร์ รวมถึงอยากให้มี “ราคากลาง” ในการตั้งอัตราการจ่ายค่ารอบ เพราะยิ่งในต่างจังหวัด ค่ารอบของไรเดอร์ยิ่งน้อยลงกว่าในเขตเมือง อีกทั้งไรเดอร์เป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่ตลอดเวลา เพราะการทำงานต้องใช้ความเร่งรีบ จึงต้องการมี “ค่าชดเชย” เฉกเช่นพนักงานในบริษัทเอกชนทั่วๆ ไป ที่มี“กองทุนเงินทดแทน” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องหยุดงานขาดรายได้

มุมมองจากหน่วยงานดูแลด้านสิทธิมนุษยชน สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ 1.92 ล้านคนดังนั้นขนาดของปัญหาจึงไม่เล็ก อีกทั้งมีแนวโน้มที่ผู้หญิงจะเข้าสู่การเป็นไรเดอร์มากขึ้น แต่ความเป็นผู้หญิงก็มีความเปราะบาง เช่นบางครั้งจะเห็นภาพผู้หญิงเป็นไรเดอร์ พาลูกเล็กซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ฝ่าสภาพอากาศฝนตก-แดดออกไปทำงานด้วย ซึ่งก็เสี่ยงอันตรายจากอุบัติเหตุ หรือหากทำงานตอนกลางคืน ไปเจอลูกค้าผู้ชายที่มีสภาพมึนเมาก็อาจเสี่ยงอีก

ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อเดือน มี.ค. 2566 พิสิฐ ลี้อาธรรม ซึ่งขณะนั้นยังเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเรื่องราวของกลุ่มไรเดอร์ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำงาน เข้าร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งหลังจากนั้น กสม. ได้เชิญทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงแรงงาน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูล รวมถึงรวบรวมข้อมูลสถานการณ์การทำงานของไรเดอร์ในต่างประเทศ

ซึ่งในหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ หรือบางมลรัฐในสหรัฐอเมริกา ศาลมีคำพิพากษาไปในทิศทางเดียวกันว่า “ไรเดอร์ที่รับงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ถือเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน” ดังนั้นนายจ้างต้องให้ความคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคมกฎหมายกองทุนเงินทดแทน และ กสม. ได้เห็นชอบรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องนี้แล้ว

“เราเห็นว่านิติสัมพันธ์หรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับแพลตฟอร์มที่เป็นผู้ประกอบการ เข้าข่ายเป็นลูกจ้าง-นายจ้าง พูดง่ายๆ ท่านบอกว่าท่านเป็นอาชีพอิสระ จริงๆ ท่านไม่อิสระ ท่านจะถูกบังคับหลายเรื่อง มีเงื่อนไขที่ท่านต้องปฏิบัติตาม อย่างน้อยที่สุดที่ท่านใส่อยู่ก็คือแบบฟอร์ม ท่านถูกบังคับให้ใส่ฟอร์ม ถูกบังคับเรื่องรอบ กำหนดโน่นนี่นั่นหลายเรื่อง ดังนั้นการมีอำนาจบังคับบัญชา การมีลักษณะกำหนดเงื่อนไขการจ้าง มันเข้าข่ายปฏิสัมพันธ์เป็นลูกจ้าง-นายจ้างชัดเจน” สุภัทรา กล่าว

สุภัทรา กล่าวต่อไปว่า จริงๆ แล้ว งานรับ-ส่งอาหาร ไม่ได้เพิ่มมาเริ่มในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แต่มีมานานแล้วในธุรกิจร้านอาหารหรือภัตตาคาร ซึ่งคนส่งอาหารให้ร้านเหล่านี้ก็เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามกฎหมายประกันสังคม อีกทั้งหากประสบอุบัติเหตุก็ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน เหมือนกับลูกจ้างในกิจการอื่นๆ ทั่วไป ดังนั้นสำหรับ กสม. ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ปฏิสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มคือลูกจ้างกับนายจ้าง

อีกด้านหนึ่ง ยังต้องติดตามความคืบหน้าของการผลักดัน “(ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. ….” กฎหมายที่จะออกมาคุ้มครองแรงงานอิสระ (หรือแรงงานนอกระบบ) ซึ่งไรเดอร์ก็จะเป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความคุ้มครองในร่างกฎหมายนี้ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2567 มีพิธีเปิดการฝึกอบรม “ครู ก” หรือครูต้นแบบระดับจังหวัด ตามโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบโดยเครือข่ายชุมชนผ่านการขึ้นทะเบียนแรงงานนอกระบบ (แรงงานอิสระ) โดยมี ไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นประธานในพิธี

ซึ่งปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป พ่อค้าแม่ค้าทั้งที่มีหน้าร้านและค้าขายออนไลน์ ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และแรงงานที่ทำงานโดยมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นสื่อกลาง หรือที่เรียกกันว่า ไรเดอร์ ซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ของประเทศและมีส่วนสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่แรงงานเหล่านี้ไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน มีความปลอดภัยในการทำงาน มีหลักประกันทางสังคม มีการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้เกิดความเป็นธรรมในการทำงาน และเมื่อแรงงานกลุ่มนี้ประสบปัญหา กระทรวงแรงงานยังไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายในการเข้าไปดูแลช่วยเหลือได้

“กฎหมายฉบับนี้จึงผลักดันให้แรงงานอิสระทุกคนมีโอกาสได้ขึ้นทะเบียน เพื่อแสดงตนว่าประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมีฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบาย แผนงาน และงบประมาณในการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างตรงเป้าหมายตลอดจนจัดสวัสดิการที่เหมาะสมให้กับแรงงานอิสระ”ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว

Leave a comment