SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/809748

เสมา2 นั่งหัวโต๊ะรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ กลุ่มมาตรา 38 ค(2) รับปากปัญหาไหนทำได้ทำทันที
วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 18.27 น.
วันที่ 10 มิถุนายน 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการการทบทวนโครงสร้างและแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยมี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา, ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, สำนักงานปลัดศธ., และตัวแทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค(2) สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9 กลุ่ม 1 หน่วยงาน, และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 โรงเรียนราชวินิตมัธยม กทม.
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 38 ค(2) ซึ่งวันนี้ตัวแทนทุกกลุ่มของบุคลากรได้มาพูดคุย ซึ่งตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้มาพูดคุยโดยมี มี เลขาธิการ กพฐ. กคศ., สภาการศึกษา, คุรุสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยแนวทางแรกได้หารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องอัตรากำลัง ที่กลุ่มงานต่างๆ ของมาตรา 38 ค (2) ที่อยู่ตามเขตพื้นที่นั้นขาดอัตรากำลังไม่เพียงพอ สำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้จะต้อง จะต้องทำเรื่องเสนอถึงคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อขอแปลอัตราเกษียณของครูผู้สอนที่เหลืออยู่ให้มาเป็นอัตราในมาตรา 38ค(2) โดยศธ.จะเสนอข้อมูลในเนื้องานที่จำเป็น หรือเหตุผลในการขอแปลอัตราจากครูผู้สอนมาเป็นตำแหน่งใน มาตรา 38 ค(2) สองจะต้อง มีการแก้ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตรงนี้ทางเลขาธิการ กพฐ.จะต้องไปหารือกับคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย ที่มีปลัดศธ.เป็นเลขาธิการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่ือหารือถึงเนื้องานระหว่างศึกษาธิการจังหวัด กับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เนื้องจากอัตรากำลังของการศึกษาอื่น มาตรา 38ค(2) ที่มีปัญหานั้นเคยอยู่เขตพื้นที่การศึกษามาก่อน แต่เมื่อตั้งศึกษาธิการจังหวัด ก็มีการแบ่งงานและเอาคนไปช่วยงานที่ศึกษาธิการจังหวัด แต่ตอนนี้งานโอนกลับมาเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว แต่คนยังไม่ได้คืน ซึ่งเรื่องนี้หลายรัฐมนตรีมีความพยายามทำแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ วันนี้ เราจะติดตามให้ได้รับความสำเร็จว่าความจำเป็นของศึกษาธิการจังหวัด และสำนีกงานเขตพื้นที่ฯเป็นอย่างไร ถ้าเกินก็ขอคืน แต่ถ้าขาดก็ต้องช่วยกันเพราะอยู่บ้านเดียวกัน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องตามความสมัครใจด้วย และเท่าที่รับฟังบุคลากรเหล่านี้เขาสมัครใจที่จะกลับมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนั้น เรื่องนี้ก็น่าจะแก้ไขได้เร็วขึ้น
รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องความก้าวหน้าของตำแหน่งต่างๆของ มาจรา 38 ค (2) ขอมานั้น ก็มอบให้ สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปพิจารณาเรื่องการแก้กฏหมาย แก้มาตราที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องปลีกย่อยอีกมากที่จะต้องแก้ไข ซึ่งทุกรายละเอียดปลีกย่อยจะบอกเลยว่าตรงไหนรับผิดชอบ และเสร็จที่ใคร หรือถ้าต้องแก้ที่รัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ก็ต้องดำเนินการรงจุดนั้น ทุกระดับพร้อมที่จะแก้ไขเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ความขาดแคลน ความก้าวหน้า สิ่งที่เป็นปัญหาจะได้รับการคลี่คลาย ตนเชื่อว่าต่อไปนี้จะมีความชัดเจนและมีกำหนดไทม์ไลน์ของทุกฝ่ายที่รับผิดชอบด้วย
อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมพูดคุยกันวันนี้ รวมถึงตัวแทนของ 38 ค(2) ทุกกลุ่มตามเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆที่นำข้อเสนอแนะมาพูดคุยด้วยเหตุผล มารับฟังและช่วยเสนอแนะว่าสมควรจะแก้ไขแบบนี้ ซึ่งทางศธ.ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะที่ดีและเห็นด้วย ส่วนการทำงานแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ตนจึงเสนอในที่ประชุมว่าอาจจะต้องตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามแต่ละเรื่องและต้องกำหนดระยะเวลาจะได้ทราบได้ว่าแต่ละเรื่องจะเสร็จเมื่อไหร่
“ ก็ขอให้บุคลากร มาตรา 38 ค(2) สบายใจได้ว่าวันนี้เรามีทิศทางที่ดีและชัดเจนขึ้น ไม่มีใครหลอกใครได้แล้ว เพราะผู้ใหญ่ในศธ.ตั้งใจมาหาลือกันและวันนี้ก็ลงรายละเอียดของปัญหาและมีความคืบหน้าว่าปัญหาอยู่ตรงจุดไหน ถ้าอยู่ที่ศธ.ก็จะหาทางแก้ไขเลย แต่ถ้าอยู่นอก ศธ.ผมและ รมว.ศธ.ก็พร้อมจะประสานหน่วยงาน คณะรัฐมนตรี หรือ รัฐบาล เพราะศธ.ตั้งใจแก้ปัญหาจริงๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนและอยากให้รู้ว่าศธ.เป็นห่วงอะไรที่เป็นปัญหา ศธ.มีหน้าที่กำกับดูแลก็ต้องแก้ไขปัญหา เรื่องใดที่เราทำได้ ทำดี ทำได้ ทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.“ นายสุรศักดิ์ กล่าว
ด้านว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ภายหลังรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในวันนี้แล้ว ปัญหาใดที่เป็นอำนาจของรัฐมนตรี ก็รับไปแก้ไขเลย อันไหนเป็นอำนาจของเลขาธิการ กพฐ. ก็รับมาทำ ส่วนอันไหนที่เป็นอำนาจของสำนักงาน ก.ค.ศ. ก็เสนอให้ ก.ค.ศ.แก้ไข ส่วนอันไหนที่ต้องรอกฏหมาย ก็ต้องรอ พ.ร.บ.การศึกษาฯ
“กลุ่มที่มาวันนี้ เป็นผู้แทนของ 38 ค(2) ทั้ง 9 กลุ่ม 1 หน่วยงาน ซึ่งเลือกมากลุ่มละ 3 คน วันนี้หลังจากที่ผมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะแล้ว ก็จะนำไปสังเคราะห์เป็นเรื่องมๆ เรื่องใดทำได้ทันทีก็ทำให้เลยตามนโยบาย รมว.ศธ. เรื่องไหนต้องรอ กฏหมายก็ต้องรอคณะรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องที่กลุ่ม 38 ค(2) มีความกังวล คือ เรื่องคนที่น้อย จากเดิม เรามีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต ซึ่งแต่ละเขตมีคน 80-100 คน ต่อมาเพิ่มเขตพื้นที่ฯเป็น 185 เขต แต่คนเท่าเดิม และต่อมาได้เพิ่มเขตพื้นที่ฯเป็น 245 เขต คนก็ยังเท่าเดิมจึงเป็นที่มาของปัญหา และในปี 2560 ได้แยกไปตั้งศึกษาธิการจังหวัด และตั้งศึกษาธิการภาค แต่เอาคนในเขตพื้นที่ฯไปอีก จึงเกิดปัญหาทำให้เขตพื้นที่ฯมีคนน้อยลงไปเลื่อยๆ แล้วความก้าวหน้าก็ไม่มีเขาจึงมาทวงสิทธิ หน่วยไหนที่เสร็จภาระกิจแล้วก็ควรคืนคนให้เขาบ้าง จะได้มีคนทำงาน มีขวัญกำลังใจ มีความก้าวหน้า ดังนั้น อันไหนที่ สพฐ.แก้ไขให้ได้ก็จะรีบแก้ไขให้ทันที“ เลขาธิการ กพฐ. กล่า





