‘เอส สไปน์’ ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยความสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกว่า 12,000 ราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810837

‘เอส สไปน์’ ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยความสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกว่า 12,000 ราย

‘เอส สไปน์’ ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยความสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกว่า 12,000 ราย

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งแรกในเมืองไทย ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกระดูกสันหลังกว่า 12,000 ราย พร้อมนำคุณภาพชีวิตที่ดีคืนกลับมา ด้วยคอนเซ็ปต์ Bring “Back” to Quality Time.

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพลผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอส สไปน์แอนด์ เนิร์ฟ กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นที่เริ่มมาจากการเปิดคลินิก และพัฒนาเป็นโรงพยาบาลเฉพาะด้านกระดูกสันหลังในปี 2551 ล่าสุดเตรียมขยายสาขาโรงพยาบาลด้านกระดูกสันหลังแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย เน้นการรักษาที่ต้นเหตุเพื่อให้ผู้ป่วยหายจากโรคอย่างยั่งยืน โดยนำเทคโนโลยีที่ดีและปลอดภัยสูงมาใช้กับผู้ป่วย โดยใช้การผ่าตัดแบบเจาะรูส่องกล้อง จะทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว นอกจากนี้จากสถิติของโรงพยาบาลยังพบว่า ผู้ป่วยที่เข้ามาทำการรักษา 95% สามารถกลับบ้านได้ภายใน 1 วัน หลังทำการรักษาด้วยการผ่าตัด

“โรงพยาบาลแห่งนี้นับเป็นความฝันของตัวเอง ที่อยากทำโรงพยาบาลสำหรับการรักษาโรคกระดูกสันหลัง แต่อย่างไรก็ตามในการรักษาโรคนี้ ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย ดังนั้น อะไรที่เป็นจิ๊กซอว์ต่อเนื่องกับการรักษาโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของกระดูกสันหลังก็ต้องทำการแก้ไขปัญหานั้นร่วมกัน เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามนโยบายหลักของเราก็คือ Bring “Back” to Quality Time การนำคุณภาพชีวิตที่ดีกลับคืนมาให้กับคุณ

อย่างไรก็ตาม จากการที่เราเปิดโรงพยาบาลมา 7 ปี มีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดมากกว่า 12,000 รายและเป็นผู้ป่วยที่รักษาโดยไม่ผ่าตัด ซึ่งมีจำนวนมากกว่านี้อีกหลายเท่า สำหรับปีที่ 8 ถือเป็นจุดพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเรา เพราะเรากำลังจะขยายสาขาโรงพยาบาลเพิ่ม โดยมุ่งเน้นให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแบบครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย โดยเราจะทำการรักษาเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมทั้งหมด และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้กลางปี 2568 โดยจะเป็นส่วนที่รองรับผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการทางด้านความเสื่อมของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เข่าเสื่อม ซึ่งมากับโรคกระดูกสันหลัง หรือกระดูกสันหลังและข้อ ซึ่งภายใน 3 ปี เราตั้งเป้าจะเป็น Medical Hub หรือศูนย์กลางทางด้านการรักษาและเรียนรู้ในเรื่องโรคกระดูกสันหลังของโลก” นายแพทย์ดิตถพงษ์ กล่าวในที่สุด

Leave a comment