SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795813

25 มิ.ย. 2567 01:49 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เหยื่อไฟไหม้โรงงานแบตเตอรี่เกาหลีใต้พุ่ง 22 ศพ เป็นชาวจีนอื้อ สูญหายอีก 1
จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม ในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 22 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีก 1 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมของบริษัท ‘อาริเซลล์’ ในเมืองฮวาซอง ทางตอนใต้ของกรุงโซล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 24 มิ.ย. 2567 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 22 ศพแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 1 ราย
นาย คิม จิน-ยอง เจ้าหน้าดับเพลิงท้องถิ่นเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 22 ศพประกอบด้วย ชาวจีน 18 ราย, ชาวลาว 1 ราย และชาวเกาหลีใต้ 2 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตศพสุดท้ายยังระบุตัวตนไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 ราย
ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 8.30 น. ตามเวลาไทย) ที่อาคารหมายเลข 3 ของโรงงาน อาริเซลล์ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานหลายชั่วโมงจนกระทั่งควบคุมเพลิงในจุดที่ลุกไหม้รุนแรงที่สุดได้ในเวลา 15.10 น. ก่อนที่นักดับเพลิงจะเข้าไปภายในอาคาร เพื่อค้นหาผู้สูญหาย
ผู้เสียชีวิตทั้ง 22 ศพถูกพบบนชั้น 2 ของอาคารหมายเลข 3 ซึ่งเป็นชั้นที่เก็บเซลล์แบตเตอรี่เอาไว้มากถึง 35,000 เซลล์ เพื่อรอการตรวจสอบและบรรจุหีบห่อ
นายคิม จิน-ยอง ระบุว่า ไฟไหม้เริ่มขึ้นหลังจากเซลล์แบตเตอรี่ดังกล่าวเกิดระเบิดอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่แน่ชัดว่านี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือไม่ และยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์แบตเตอรี่ระเบิด
ด้าน นายคิม แช-โฮ ศาสตราจารย์ด้านการป้องกันไฟไหม้และภัยพิบัติจากมหาวิทยาลับ แทชอน ระบุว่า แบตเตอรี่ลิเทียมมีความเสี่ยงเกิดระเบิด หากได้รับความเสียหายหรือได้รับความร้อนสูง และเมื่อติดไฟแล้ว ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้คนงานมีเวลาหลบหนีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ไฟที่เกิดจากธาตุลิเทียม ยังทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับน้ำ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ผงเคมีแห้งในการดับไฟ ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงได้ แต่ถึงไฟจะดับแล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงที่ไฟจะปะทุกลับขึ้นมาได้อีกโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากมีการทำปฏิกิริยาทางเคมี
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc