‘The Darkest Romance’ สาดความหลอนพร้อมความเดือดในเพลง ‘ไม่เลือนหาย’

https://www.naewna.com/entertain/836146

'The Darkest Romance' สาดความหลอนพร้อมความเดือดในเพลง 'ไม่เลือนหาย'

‘The Darkest Romance’ สาดความหลอนพร้อมความเดือดในเพลง ‘ไม่เลือนหาย’

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นเพลงที่กำลังได้รับความนิยมจากแฟนๆ และผู้ชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของไทย “ธี่หยด 2” อย่างต่อเนื่องสำหรับ “ไม่เลือนหาย”เพลงประกอบภาพยนตร์ “ธี่หยด 2” จากThe Darkest Romance วง Alternative Metal สังกัดค่าย GeneLab ในเครือ GMM ที่ผสมผสานความหลอนความหนักและความสวยงามของท่วงทำนอง สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและเข้าถึงอารมณ์พร้อมบอกเล่ามุมมองและมโนสำนึกของ “ยักษ์” ตัวเอกของเรื่องที่ต้องต่อสู้ในจักรวาลที่เต็มไปด้วยการไล่ล่า และการแก้แค้นขณะเดียวกันเขาต้องรักษาและปกป้องคนที่รักโดยพร้อมที่จะทำลายทุกผีทุกภพที่ขวางทางเพื่อให้คำสัญญาเป็นจริง โดยมี “โอม COCKTAIL” มาร่วม Featuring สาดพลังความหนักหน่วงสะใจในแบบที่ผู้ฟังอาจไม่ได้เจอมิติทางเสียงแบบนี้จากเขาบ่อยนักมาขมวดรวมกันในแบบที่ “ดงขโมด” อาจอยู่อย่างไม่เป็นสุข”

แม็ก The Darkest Romance เป็นตัวแทนวงเผยถึงความรู้สึกที่ได้มีโอกาสทำเพลงประกอบภาพยนตร์นี้ว่า…“อันดับแรกเลยคือรู้สึกดีใจครับแล้วตามมาด้วยความกดดันในใจทันทีเพราะเราไม่เคยคิดว่าวงดนตรีแบบพวกเราจะได้รับโอกาสในการทำงานชิ้นนี้เพราะนี่ถือเป็น project ที่ใหญ่มากภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่มีคนดูและติดตามเยอะมากๆ ใช้คำว่าฟอร์มยักษ์ได้เลยก็ว่าได้พวกเราเองที่รู้สึกเสมอว่าเป็นเพียงวงเล็กๆ ที่แค่ทำในสิ่งที่อยากทำจึงแทบไม่อยากเชื่อว่าเราจะมีโอกาสนี้และนั่นจึงต้องขอขอบคุณอย่างมากมายถึงพี่ๆ ทีมงานทุกคนและทุกฝ่ายจริงๆ ทั้งจากทางฝั่งทีมภาพยนตร์ทั้งหมดทีมผู้จัด/ผู้สร้างทีมงานค่าย GeneLab และทีมงานของทาง GMM MUSIC ที่ดูแลให้โอกาสนี้พร้อมทั้งช่วยเหลือในหลายๆ สิ่งที่สำคัญพวกเราขออนุญาตขอบคุณพี่คุ้ยผู้กำกับภาพยนตร์ที่เราได้รู้ในวันประชุมว่าพี่ชอบสิ่งที่พวกเราทำจนเป็นหนึ่งในแฟนเพลงของวงและขอบคุณพี่โอม COCKTAIL ที่ให้เกียรติกับพวกเราอย่างสูงในการมาร่วมขับร้องถ่ายทอดเพลงนี้ไปด้วยกันกับพวกเราครับพวกเราขอฝากเพลง “ไม่เลือนหาย” ไว้อีกสักเพลงนะครับเพลงนี้เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่พวกเราภูมิใจกับมันมากๆ และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับใครก็ตามที่รักเพลงนี้เหมือนที่พวกเรารักครับ”

T.O.M. หรือ Tragedy Of Murder ศิลปินแนวเมทัลคอร์/เดธคอร์ จากสังกัด Vom Records หลังจากห่างหายการปล่อยผลงานมาถึง 2 ปี ล่าสุดก็ได้เวลาส่งซิงเกิ้ลใหม่ “Paradise” ออกมาให้ฟังแล้ว ซึ่งงานนี้ก็ไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง ด้วยการจัดหนักจัดเต็มทั้งดนตรี, คอสตูม และเอ็มวี เรียกเสียงฮือฮาในวงการได้เป็นอย่างดีในด้านของดนตรี T.O.M. ยังคงความดุเดือดและเผ็ดมันส์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง คอเพลงร็อกและเมทัลใครได้ฟังจะต้องโยกคอตาม โดยเพลงนี้ยังคงได้ “โอ๊ค-พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์” มือเบสวงบิ๊กแอส รับหน้าที่โปรดิวเซอร์เช่นเดิม และยังคงได้ Shane Edwards ชาวออสเตรเลีย ผู้เคยร่วมงานกับวงระดับโลกอย่าง The Libertines, Northlane รวมถึงวงระดับประเทศอย่าง Tilly Birds, BOWKYLION และอื่นๆ มารับหน้าที่มิกซ์และมาสเตอร์ให้

ส่วนเนื้อหาในเพลง “Paradise” เป็นภาษาอังกฤษ พูดถึงชีวิตที่ต้องเจอกับปัญหาเข้ามารุมล้อม แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นมันมาได้จากการให้กำลังใจจากคนที่เรารัก ทำให้ได้เจอปลายทางที่สวยงามเปรียบดั่งสรวงสวรรค์นั่นเองและอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากนั่นก็คือตัวมิวสิกวีดีโอที่ทางวงได้รับคัดเลือกจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ Creative Economy Agency (Public Organization) ให้เข้าไปถ่ายทำยังสตูดิโอ Virtual Media Lab ที่อยู่ภายใน Thailand Creative & Design Center (TCDC) ซึ่งติดตั้งด้วย LED Wall ขนาดใหญ่ และใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบ Virtual Production หรือ ICVFX (In-Camera Visual Effects) ทำให้ได้ภาพเสมือนจริงราวกับหลุดเข้าไปในโลกเหนือจินตนาการ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการทำงานร่วมกับ IRO9X หรือเหล็ก ผู้กำกับ และทีมRealBKK ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดขั้นตอนจนได้ผลงานมาสเตอร์พีซสู่สายตาสาธารณชน ซึ่งงบประมาณการถ่ายทำรวมอุปกรณ์ต่างๆ มีมูลค่ารวมกันเกินล้านบาท ถือได้ว่าเป็นเอ็มวีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับวงแนวเมทัลในประเทศไทยเท่านั้นยังไม่พอคอสตูม, เสื้อผ้า และหน้าผมของสมาชิกทั้ง 6 คน มีความโดดเด่นและจัดจ้านมาก เป็นการผสมผสานแฟชั่นแนวไซเบอร์กอธ (Cybergoth) ซึ่งเป็นการผสมผสาน แฟชั่น Gothic และ Cyber Punk จึงได้ภาพลักษณ์ให้ความรู้สึกเหมือนคาแร็กเตอร์ในเกมหรืออนิเมะ โดยเป็นผลงานการออกแบบของ พึงพอ แสงหิรัญ ผู้จัดการของวง T.O.M. เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ล้นคุณภาพทั้งภาพและเสียง ทำให้เพลง “Paradise” เป็นอีกหนึ่งผลงานที่การันตีคุณภาพศิลปินจาก Vom Records และวง T.O.M. ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

Leave a comment