https://www.naewna.com/local/846433

ศธ.เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ ให้ นร. ม.6 หยุดดูหนังสือที่บ้าน เตรียมสอบ TGAT/TPAT
วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 41/2567 ณ ห้องประชุม
ราชวัลลภ และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ผ่านการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA โดย สพฐ.ได้รายงานผลการประชุมแอดมิน และแกนนำ การขยายผลการสร้างข้อสอบวัดความฉลาดรู้ ไปตั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา 718 User เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มอบรมออนไลน์ขยายผลการสร้างข้อสอบวัดความฉลาดรู้ฯ จำนวน 16 รุ่น และสำรอง ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567-เดือนมีนาคม 2568 ตัวอย่างการดำเนินงานของแกนนำระดับเขตพื้นที่ฯ เช่น อบรมครูแกนนำสพม.สมุทรปราการ ครูเครือข่ายโรงเรียน ในจังหวัดสมุทรปราการ
“ซึ่งศธ.มีเป้าหมายอยากทำให้ครบทุกๆ จุด และอบรมครูเป็นรุ่นๆ ไป ทั้งสถานศึกษาในสังกัด อว. สถานศึกษาใน กทม. และสถานศึกษาในท้องถิ่น เป็นการขับเคลื่อนไปด้วยกันในภาพรวม ในการสร้างครูแกนนำการออกแบบข้อสอบ PISA และมีการนำข้อสอบวัดความฉลาดรู้ฯไปขยายผลการดำเนินการ” รมว.ศธ.กล่าว และว่า นอกจากนี้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้นำเสนอแผนการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อดำเนินการตามหลักการ “ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ติดตามผล พัฒนาปรับปรุง” ให้ดียิ่งขึ้น
พร้อมทั้ง มีการเปิดเว็บไซต์ “การขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา” http://www.ipst.ac.th/d2ieq ให้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากล โดยใช้องค์ความรู้จาก PISA และมี LINE Openchat “การขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา” เพื่อเป็นช่องทางรับข้อมูลข่าวสารและตอบข้อสงสัยต่างๆ ให้กับคุณครู
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้ติดตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหา “เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา และ เด็กตกหล่น” โดยสำนักงานปลัดศธ.(สป.ศธ.) ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ก็ได้รายงานการเชื่อมโยงข้อมูลผลการติดตามเด็กวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) และ กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) ผ่านเดสก์บอร์ด https://exchang.moe.go.th ที่มีการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งพบว่ามีจำนวนเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาที่ตรวจสอบแล้ว จำนวน 335,580 คนพบตัว 319,446 คน และไม่พบตัว 16,134 คน
นอกจากนี้ สพฐ. ได้รายงานการจัดกิจกรรมการแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในหลายกิจกรรมแล้ว เช่น การใช้นวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ใน สพม.ราชบุรี “ราชบุรีโมเดล” โดยทำแผนการเรียนรายบุคคลวิชาชีพคนเลี้ยงวัว ส่วนที่ – เมืองสองแคว ร่วมพัฒนาโรงเรียนต้นแบบประจำอำเภอ จัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นด้วย 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ – สพป.นราธิวาส เขต 2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการอบรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ แก่โรงเรียนในสังกัด 10 แห่ง – สพป.กรุงเทพมหานคร เขต 1 บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนกรุงเทพฯเป็นหนึ่ง “พาน้องกลับมาเรียน พาการเรียนไปให้น้อง” (OBEC ZeroDropout) ระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร
สำหรับในส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)ไปดูรูปแบบการแก้ปัญหาเด็กออกนอกระบบการศึกษาที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ เนื่องจากมีเด็กหลายกลุ่ม เช่น เด็กกลุ่มที่อยู่ในเรือนจำ เด็กกลุ่มที่ไปอยู่ต่างประเทศ เด็กกลุ่มอยู่นอกระบบการศึกษาต่างๆ ก็ให้ไปดูรูปแบบว่าเขาทำกันอย่างไร หากไปพูดคุยกับเด็กแล้วเด็กอยากกลับมาเรียนที่โรงเรียนได้หรือไม่ เพราะเปิดเทอมแล้ว จึงให้ไปดูระเบียบกฎหมาย ในการดำเนินการ ก็ให้เวลาถึง 15 ธ.ค.นี้ ให้นำข้อสรุปมารายงานว่าจะมีโมเดลอย่างไรในการขับเคลื่อน
รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สำนักงานปลัด ศธ. ได้รายงานความก้าวหน้า มาตรการช่วยเหลือ เยียวยา รร.ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม ว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ครั้งที่ 4/2567 เห็นชอบหลักการมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ของ ศธ. วงเงิน 264,458,436 บาท ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้ประสบภัยน้ำท่วมหลายจังหวัด ซึ่งได้มอบให้ สป.ศธ.เป็นเจ้าภาพหลักในการรวบรวมข้อมูลปัญหาและการแก้ไข และให้ประสานกับ สพฐ.ในการดูปัญหาน้ำท่วมของโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้
“สำหรับของขวัญปีใหม่ปีนี้จะคล้ายๆ กับปีที่แล้วแต่ก็อาจจะมีเพิ่มเติมมาอีก เบื้องต้นสพฐ.จะจัดของขวัญปีใหม่ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถหยุดเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 2-6 ธ.ค.2567 และให้นับเป็นเวลาเรียนปกติ เพื่อให้นักเรียนได้อ่านหนังสืออยู่ที่บ้านเพื่อเตรียมตัวสอบ หรือถ้าบางโรงเรียนมีความพร้อมก็ให้จัดติว หรือ จัดกล่องความรู้ สู่ความสุข จัดสอนเสริม เพิ่มเทคนิค สร้างความมั่นในใจการสอบ TGAT/TPAT ตามนโยบาย เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) โดยครูผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ตามแนวทางประกาศ สพฐ. เรื่อง การส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมีแนวทาง ดังนี้ 1.ให้สถานศึกษาอนุญาต ให้นักเรียนเรียนเสริมความรู้ทั้งในหรือนอกห้องเรียน (ที่บ้านหรือโรงเรียน) 2.ให้สถานศึกษาที่มีความพร้อม จัดสถานที่ในโรงเรียนเพื่อใช้ในการเรียนเสริมความรู้ให้แก่นักเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย 3.ให้สถานศึกษาทุกแห่ง มีมาตรการ กำกับ ติดตาม ตรวจสอบการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างมีคุณภาพ และมีมาตรการป้องกัน ดูแลด้านความปลอดภัย ให้แก่นักเรียน เป็นต้น” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวและว่า สำหรับในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะเปิดศูนย์ “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน (Fix it Center) เทศกาลปีใหม่ 2568” เพื่อให้บริการตรวจสภาพรถก่อนการเดินทางฟรี ทั่วประเทศ