https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830671

12 ธ.ค. 2567 21:43 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
พรรครัฐบาลเกาหลีใต้ กลับลำหนุนถอดถอน ปธน. หลังไม่ยอมลาออกเอง
ผู้นำพรรครัฐบาลเกาหลีใต้ ออกมาสนับสนุนความพยายามถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล แล้ว หลังพยายามกล่อมให้ลาออกแต่ไม่สำเร็จ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) พรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ ออกมาระบุในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค. 2567 ว่าพวกเขาจะสนับสนุนความพยายามของฝ่ายค้าน ที่จะถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่ง หลังพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายยุนลาออกแต่ไม่เป็นผล
ประธานาธิบดียุนสร้างความปั่นป่วนให้เกาหลีใต้ หลังจู่ๆ เขาก็ประกาศกฎอัยการศึก หวังให้ทหารคุมอำนาจชั่วคราว โดยอ้างภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ แต่จุดประสงค์แท้จริงคือต้องการสกัดฝ่ายค้านไม่ให้ผ่านกฎหมายงบประมาณที่ถูกลดการใช้จ่ายลง และสกัดญัตติถอดถอนอัยการระดับสูงหลายคน ที่ล้มเหลวในการตรวจสอบคดีรับสินบนของภริยานายยุน
ฝ่ายค้านพยายามผลักดันญัตติถอดถอนนายยุนเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากพรรค PPP บอยคอต ไม่เข้าร่วมการประชุม ทำให้ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติไม่ครบองค์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านกำลังพยายามถอดถอนนายยุนเป็นครั้งที่ 2 โดยคาดกันว่าจะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ (14 ธ.ค.)
ด้านพรรค PPP พวกเขาตำหนิการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน แต่ไม่สนับสนุนญัตติถอดถอนในรอบแรก เนื่องจากต้องการให้นายยุนลาออกเอง และนาย ฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรค ก็เคยบอกว่า การลาออกของนายยุนนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายฮันออกแถลงการณ์ระบุว่า “เราพยายามหาทางที่ดีกว่าการถอดถอน แต่ไม่มีทางเลือกอื่นเลย” “การระงับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีผ่านการถอดถอน จึงเป็นทางเดียวสำหรับตอนนี้ ที่จะปกป้องประชาธิปไตยและสาธารณรัฐเกาหลี”
คำพูดของนายฮันเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดียุนจะออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในวันพฤหัสบดี โดยเขาพยายามอ้างความชอบธรรมในการประกาศกฎอัยการศึก และปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก โดยระบุว่า จะต่อสู้จนถึงที่สุด
นายฮันบอกด้วยว่า ตอนนี้สมาชิกสภาจากพรรค PPP สามารถลงคะแนนโหวตญัตติถอดถอนรอบ 2 ที่ฝ่ายค้านกำลังผลักดัน ได้ตามความเชื่อและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเองแล้ว “ผมเชื่อว่า สมาชิกพรรคของเราจะโหวตเพื่อประเทศและประชาชน”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn