ฝ่ายสนับสนุนอัสซาด ลอบโจมตี จนท.ความมั่นคงซีเรียดับ 14 ศพ เจ็บอื้อ

ฝ่ายสนับสนุนอัสซาด ลอบโจมตี จนท.ความมั่นคงซีเรียดับ 14 ศพ เจ็บอื้อ

27 ธ.ค. 2567 00:29 น.

ฝ่ายสนับสนุนอัสซาด ลอบโจมตี จนท.ความมั่นคงซีเรียดับ 14 ศพ เจ็บอื้อ

กองกำลังความมั่นคงของซีเรีย ถูกกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี อัสซาด ลอบโจมตี ที่เมืองทางตะวันตก จนมีผู้เสียชีวิต 14 ศพบาดเจ็บอีกนับสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลใหม่ของซีเรีย เปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธ.ค. 2567 ว่า กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนาย บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีผู้ถูกโค่นอำนาจ ลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของกระทรวงมหาดไทย ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 14 ศพ บาดเจ็บอีก 10 นาย

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (24 ธ.ค.) ใกล้เมืองท่า ตาร์ตุส (Tartus) ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของชนกลุ่มน้อยชาว อลาวี (Alawite) ของนายอัสซาด โดยนี่นับเป็นการปะทะกันครั้งแรกระหว่างขั้วอำนาจใหม่และเก่า ท้าทายการปกครองของนาย อาหมัด อัล-ชารา ผู้นำโดยพฤตินัยของซีเรียในตอนนี้

ด้านสำนักข่าว SANA ของซีเรียรายงานว่า กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลใหม่ ถูกส่งไปปฏิบัติการที่เมืองตาร์ตุส ในวันพฤหัสบดี เพื่อฟื้นฟูความมั่นคง, เสถียรภาพ และความสงบกลับมา โดยจัดการกับกองกำลังที่หลงเหลืออยู่ของนายอัสซาดได้จำนวนหนึ่ง และกำลังไล่ตามคนที่เหลือ

รายงานระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ กองกำลังความมั่นคงถูกลอบโจมตีขณะพยายามจับกุมอดีตเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรือนจำ ซาอีดนายา (Saydnaya) อันฉาวโฉ่ในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย

ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) ระบุว่า มีชายติดอาวุธ 3 คน ถูกสังหารในการปะทะกันดังกล่าว ก่อนที่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลจะนำกำลังเสริมเข้ามา

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลซีเรียบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว ในเมืองฮอมส์ หลังมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นการโจมตีวิหารของชาวอลาวี ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจและเกิดการประท้วงรุนแรงในหลายเมือง รวมถึงตาร์ตุส, ลาตาเกีย และเมืองบ้านเกิดของอัสซาดอย่าง การ์ดาฮา จนมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 5 ราย

กระทรวงมหาดไทยของซีเรียพยายามออกมาชี้แจงว่า วิดีโอดังกล่าวเป็นคลิปเก่าแล้ว ตั้งแต่ตอนที่กลุ่มกบฏบุกโจมตีเมืองอเลปโปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน และการโจมตีวิหารเป็นฝีมือของกลุ่มคนไม่ทราบฝ่าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Leave a comment