หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ  มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมหม่อนไหม เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ภายใต้แนวคิด “Eco Silk : ไหมรักษ์โลก” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่า กรมหม่อนไหม มีการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ได้เพิ่มพูนประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า อีกทั้งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และมุ่งเน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหม่อนไหม ให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติ ตลอดจนสนับสนุนให้เป็น Soft Power ของไทย เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านหม่อนไหม

ขณะเดียวกัน ได้มีการใช้เทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์ไหม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น “ไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72” หรือ “ทับทิมวนา” ซึ่งมีรังไหมสีเหลืองเข้ม มีความแข็งแรง เลี้ยงง่ายให้ผลผลิตสูง นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในแวดวงการแพทย์ เช่น แผ่นปิดแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและสำหรับใช้ฟื้นฟูเนื้อเยื่อเต้านมที่เกิดจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านม รวมทั้งการต่อยอดการพัฒนาสินค้าประเภท Functional Food เช่น ผงโปรตีนจากดักแด้และหนอนไหม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากใบหม่อน และใบหม่อนสำหรับเป็นอาหารเสริมในสัตว์ ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนเกษตรกรหม่อนไหมรายใหม่และฟื้นฟูเกษตรกรรายเดิม โดยมีผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม 24,505 ราย มากกว่าเป้าหมาย 37% ซึ่งกรมหม่อนไหมได้สนับสนุนพันธุ์หม่อนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 2.6 ล้านต้น และผลิตไข่ไหมพันธุ์ดี 101,392 แผ่นแจกจ่ายให้กับเกษตรกร 13,730 ราย

ทั้งนี้ ภายในงานได้ร่วมกับภาคเอกชนในการทำเกษตรพันธสัญญา (contract farming) เพื่อช่วยรับประกันราคาผลผลิตและสร้างตลาดที่มีความมั่นคงให้เกษตรกร การส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ และงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ กว่า 44 ล้านบาท โดยมีผลสัมฤทธิ์จากการขับเคลื่อนภารกิจของกรมหม่อนไหม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในปี 2567 สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการหม่อนไหม รวมทั้งสิ้นกว่า 1,296 ล้านบาท จึงทำให้กรมหม่อนไหม ได้รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม รางวัลระดับดีรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วมประจำปี 2567 เรื่อง “tonmonsilk : buriram model สืบสานไหมไทย ไว้ให้คงอยู่คู่แผ่นดิน” นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมหม่อนไหม โดยรางวัลดังกล่าวเป็นแรงผลักดันให้กรมหม่อนไหม เดินหน้าทำงานเคียงข้างเกษตรกร พัฒนางานด้านหม่อนไหม พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาหม่อนไหมไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป

Leave a comment