https://www.naewna.com/lady/851326

ตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร จำเป็นไหม ใครควรตรวจ?
วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.20 น.
การตรวจสุขภาพพื้นฐานเป็นสิ่งที่ควรตรวจเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดโรค และนอกจากนี้ ยังมีการตรวจแบบพิเศษอื่นๆ อีก อย่างเช่น การตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร หลายคนอาจจะมีคำถามว่า จำเป็นต้องตรวจหรือไม่ และใครบ้างที่ควรตรวจ
พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า หลายคนต้องเคยประสบกับปัญหาโรคในระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย จุกเสียดแน่น ท้องผูก ท้องเสีย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นแค่ชั่วคราว เมื่อรับประทานยาหรือปรับพฤติกรรม อาการเหล่านี้ก็หายไป แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเรียกได้ว่าเรื้อรังนานเป็นเดือนอันนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้
ทั้งนี้ ปัจจัยหรือพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ ได้แก่ การบริโภคอาหารแปรรูปเป็นประจำ เช่น แฮม ไส้กรอก กุนเชียง, พันธุกรรม ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะญาติสายตรงจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป, ขาดการออกกำลังกาย, ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, สูบบุหรี่, โรคอ้วน ดังนั้นการลดความเสี่ยง คือ การปรับพฤติกรรม และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ งดเว้นเนื้อสัตว์แปรรูป เพิ่มการออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ค่ะ อย่างไรก็ตามถ้ามีอาการเรื้อรัง หรือเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรได้รับการส่องกล้องเพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
ผู้ที่ควรได้รับการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร ได้แก่ อายุ 45 ปีขึ้นไปปวดแสบท้อง จุกแน่นลิ้นปี ท้องอืด เรื้อรัง มีการถ่ายอุจจาระผิดปกติจากเดิม เช่น ท้องผูก หรือท้องเสียบ่อยๆ มีอุจจาระสีดำ หรือปนเลือด มีภาวะโลหิตจางที่อาจมีสาเหตุจากเลือดออกภายใน น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ อาจมีถ่ายปนเลือด หรืออุจจาระสีดำ มีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
ถ้ามีอาการหรือเป็นกลุ่มเสี่ยง อย่ารอให้เป็นแล้วค่อยรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร สามารถทำควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพประจำปีได้เลย