
20 ม.ค. 2568 11:31 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปราบปรามผู้อพยพ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง
โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ เปิดเผยว่า เขาจะเริ่มนโยบายเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายครั้งใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง
โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ เปิดเผยว่า เขาจะกำหนดข้อจำกัดที่เข้มงวดต่อผู้อพยพผิดกฎหมายตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง และให้คำมั่นว่าจะทำตามสัญญาระหว่างการหาเสียง ในการกล่าวปราศรัยเมื่อวันอาทิตย์ (19 ม.ค.) ที่นามกีฬาแคปิทอล วัน อารีนา ในกรุงวอชิงตัน ดีซี
ทรัมป์กล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้สนับสนุนว่า “เมื่อพระอาทิตย์ตกในวันพรุ่งนี้ การรุกรานประเทศของเราก็จะหยุดลง” ในการปราศรัยที่ใช้ชื่อว่า “Make America Great Again Victory Rally” ทรัมป์ยังกล่าวย้ำคำมั่นในการหาเสียงว่า จะเริ่มความพยายามเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ซึ่งจะขับไล่ผู้อพยพออกไปหลายล้านคน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาหลายปีและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล
ทรัมป์กล่าวว่า “นี่คือการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา และเมื่อ 75 วันก่อน เราได้บรรลุชัยชนะทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศของเราเคยเห็นมา ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะดำเนินการด้วยความเร็วและความแข็งแกร่ง และแก้ไขวิกฤตทุกวิกฤตที่ประเทศของเรากำลังเผชิญ”
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการกล่าวสุนทรพจน์สำคัญครั้งแรกของเขาในกรุงวอชิงตัน ดีซี นับตั้งแต่ที่เขากล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ก่อนหน้าการบุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนของเขา ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะอภัยโทษให้กับผู้คนมากกว่า 1,500 คนที่ถูกตัดสินหรือถูกตั้งข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับการโจมตีครั้งนี้
ทรัมป์ยังให้คำมั่นว่าจะยกเลิก “คำสั่งฝ่ายบริหารที่หัวรุนแรงและโง่เขลาทุกคำสั่งของรัฐบาลโจ ไบเดน” ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลาเที่ยงวันของวันที่ 20 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แหล่งข่าวที่ทราบเกี่ยวกับแผนดังกล่าวกล่าวว่า ทรัมป์จะดำเนินการฝ่ายบริหารมากกว่า 200 คำสั่งในวันจันทร์
แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า ประเด็นความมั่นคงชายแดนจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับแรกของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการจัดให้กลุ่มค้ายาเป็น “องค์กรก่อการร้ายต่างชาติ” การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก และการดำเนินการเพื่อนำนโยบาย “อยู่ในเม็กซิโก” (Remain in Mexico) กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งบังคับให้ผู้ขอลี้ภัยที่ไม่ใช่ชาวเม็กซิกันต้องรอในเม็กซิโกเพื่อขึ้นศาลสหรัฐฯ
แผนการเนรเทศของทรัมป์ทำให้ผู้อพยพจำนวนมากต้องถูกเนรเทศ รวมถึงผู้อพยพที่เป็นผู้ที่เคารพกฎหมายและอาศัยอยู่ระยะยาวกับคู่สมรสและบุตรที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ
ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะ “กำจัดอุดมการณ์สุดโต่งที่ตื่นรู้ ให้สิ้นซากจากกองทัพของเรา” และสั่งให้กองทัพสร้างโล่ป้องกันขีปนาวุธเหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ แม้ว่าเขายังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร
เขายังให้คำมั่นว่าจะเปิดเผยเอกสารลับที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดีในปี 1963 และวุฒิสมาชิกโรเบิร์ต เคนเนดี พี่ชายของเขา และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้นำด้านสิทธิมนุษยชน ในปี 1968.
ที่มา Reuters
อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign