‘แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์’เผยวิธี ‘อวดผิวสวยสะอาดกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีในทุกสัมผัส’

'แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์'เผยวิธี 'อวดผิวสวยสะอาดกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีในทุกสัมผัส'

‘แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์’เผยวิธี ‘อวดผิวสวยสะอาดกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีในทุกสัมผัส’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.00 น.

การอาบน้ำทำความสะอาดผิวกาย อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป แต่รู้หรือไม่ว่าแค่เพียงเปลี่ยนวิธีการอาบน้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ผิวของคุณให้สวยอย่างมีสุขภาพดีได้ การอาบน้ำจึงไม่ใช่แค่เพียงการล้างตัว แต่ยังเป็นช่วงเวลาเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับรับการบำรุง การฟื้นฟู และการปกป้องผิวต่อไป เพื่อให้ผิวสวยสุขภาพดีในระยะยาว การอาบน้ำอย่างถูกวิธีจึงเป็นหัวใจสำคัญของผิวสวยสุขภาพดีในทุกๆ วัน แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและความงาม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล เผยวิธี “อวดผิวสวยสะอาดกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีในทุกสัมผัส” ด้วย Micellar technology ที่มีในผลิตภัณฑ์ Earl Grey Infusion Aromatherapy Shower Gel พร้อมเชิญเหล่าเซเลบริตี้สาวคนรักผิวเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ คุณนันทนัท ฐกัดกุล, คุณนัดดาภรณ์ นิวาตวงศ์ และคุณบุญญาภา ศรีอรทัยกุล

แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แนะนำวิธีการดูแลทำความสะอาดผิวกายอย่างล้ำลึก พร้อมอวดผิวสวยสะอาดกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีในทุกสัมผัสว่า “ผิวของเราต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่นควัน ความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกต่างๆ เป็นประจำ การอาบน้ำจึงเป็นการทำความสะอาดผิวเพื่อขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ  ออกจากผิว ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน ลดโอกาสการเกิดสิวหรือการระคายเคืองผิวของเราได้ การอาบน้ำนั้นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงและปกป้องผิว โดยช่วยขจัดสิ่งสกปรก น้ำมันส่วนเกิน และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวสะอาดพร้อมดูดซึมผลิตภัณฑ์บำรุงได้ดีขึ้น หากเราไม่อาบน้ำหรือทำความสะอาดผิวกายไม่ดีพอ ย่อมส่งผลให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมา อาทิ สิว ผื่นแพ้ที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ผิวหนังติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือเชื้อรา กลิ่นตัวจากการย่อยเหงื่อและน้ำมันที่สะสมอยู่บนผิวของแบคทีเรีย  รวมถึงการสะสมของสารเคมีหรือมลภาวะอย่างฝุ่น PM2.5 ที่สามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ด้วย

การอาบน้ำอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากผิวของเราแล้ว ยังสามารถคงความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้โดยไม่ก่อให้เกิดการแห้งตึงหลังอาบ สามารถทำได้โดย

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสูตรอ่อนโยนต่อผิว โดยมีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว (pH 5.5) หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารเคมีรุนแรง
  • เลือกอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม ไม่ร้อนจนเกินไป เพราะน้ำร้อนจะไปชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติของผิวออกไป ทำให้ผิวแห้ง และล้างตัวด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องในช่วงสุดท้าย เพื่อเป็นการกระชับรูขุมขน และล็อคความชุ่มชื้นไว้ผิว
  • นวดผิวระหว่างอาบน้ำ โดยใช้ฝ่ามือหรือฟองน้ำ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เน้นบริเวณที่ผิวแห้งหรือหยาบกร้าน เช่น ข้อศอก และส้นเท้า
  •  ระยะเวลาในการอาบน้ำไม่ควรเกิน 10-15 นาที เพื่อป้องกันผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
  •  สครับผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • ทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวทันทีหลังการอาบน้ำ เพื่อเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้น แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ เช่น เชียบัตเตอร์ วิตามินอี หรือเซราไมด์
  • ทาครีมกันแดดหลังขั้นตอนการบำรุงผิว เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดด

สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีที่ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกและคงความอ่อนโยนมาใช้เพื่อขจัดสิ่งสกปรกตกค้างและความมันส่วนเกินอย่าง Micellar technology โดยการนำไมเซลล์ (Micelles) ซึ่งเป็นโครงสร้างระดับนาโนที่เกิดจากการรวมตัวกันของโมเลกุลที่มีคุณสมบัติเป็นทั้ง Hydrophilic (ชอบน้ำ) และ Hydrophobic (ไม่ชอบน้ำ) โดยมีลักษณะการทำงานคือ

  • ส่วนหัวที่ชอบน้ำ (Hydrophilic Head) มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดี (Water-soluble) ได้ดี โดยจะหันออกด้านนอกสัมผัสกับน้ำ เพื่อช่วยจับน้ำมันหรือไขมันไว้ในโครงสร้างไมเซลล์
  • ส่วนหางที่ชอบน้ำมัน (Hydrophobic Tail) มีความสามารถในการดึงดูดหรือรวมตัวกับสิ่งสกปรกที่เป็นน้ำมันหรือไขมันได้ดี

เมื่อไมเซลล์สัมผัสกับผิวหนัง ส่วนหางที่ชอบน้ำมันจะเข้าจับตัวกับคราบน้ำมันและสิ่งสกปรก ในขณะที่ส่วนหัวที่ชอบน้ำจะช่วยพาสิ่งเหล่านี้หลุดออกจากผิวไปพร้อมกับน้ำ การทำความสะอาดด้วย Micellar technology จึงมีความอ่อนโยน เนื่องจากไม่รบกวนชั้นไขมันตามธรรมชาติของผิว ลดความแห้งกร้านและระคายเคือง เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย และมีประสิทธิภาพในการขจัดมลภาวะที่ติดอยู่บนผิวหนังได้ดีอีกด้วย”

“ธัญ” (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia โดยปัจจุบันมีจำหน่ายกว่า 81 สาขาใน 16 ประเทศ รวมถึงสปาอีก 19 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป ขอแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ของสารสกัดธรรมชาติจาก “น้ำมันรำข้าว” (Rice Bran Oil) สิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งด้านโภชนเภสัช อาหาร หรืออุตสาหกรรมความงาม อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tocotreienol) และโทโคฟีรอล (Tocopherol) รวมถึงสารแกมม่า-ออริซานอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งพบเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น โดยมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง 6 เท่า รวมถึงปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย ช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ซึมซาบสู่ผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว Earl Grey Infusion Aromatherapy Shower Gel (ขนาด 320 ml. ราคา 720 บาท) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน โดยไม่ทำให้เสียสมดุลความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว มาพร้อมเทคโนโลยี Micellar ที่ทำให้โมเลกุลของน้ำมันยึดเกาะกับสิ่งสกปรกและหลุดออกจากผิวได้ง่ายโดยไม่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึงหลังการอาบ พร้อมฟื้นฟูและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง อุดมคุณค่าการบำรุงจากน้ำมันและสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ Rice bran oil, Organic avocado oil, Organic sea buckthorn oil และ Macadamia seed oil ผสานกลิ่นหอมที่สร้างความสดใสมีชีวิตชีวา และเติมพลังบวกให้เเก่จิตวิญญาณด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจาก Lavender, Bergamot, Clary sage และ Cardamom

อวดผิวสวยสะอาดกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีในทุกสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ Earl Grey Infusion Aromatherapy Shower Gel ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์ สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ชั้น 2 โซน The Storeys, ONE Bangkok, สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 5 (Tower 2) โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 4 ไอคอน สยาม, สาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, ชั้น G (The Jungle Zone และ The Botanica Zone) ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Leave a comment