มูลนิธิศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568 สร้างโอกาสให้เยาวชนไทย เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

มูลนิธิศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568 สร้างโอกาสให้เยาวชนไทย เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

มูลนิธิศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568 สร้างโอกาสให้เยาวชนไทย เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.28 น.

เพราะการศึกษา เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้คนมีคุณค่า มีความพร้อม มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ มูลนิธิศุภชัย–บุษดี เจียรวนนท์ จึงได้มอบโอกาสให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม ในโอกาสนี้  ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ บุษดี เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ และครอบครัว มอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งเป็นทุนสนับสนุนให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในความดูแลของมูลนิธิตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงปริญญาตรี โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ทุนการศึกษาสำหรับผู้เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ,ทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนผู้มีศักยภาพโดดเด่นและทักษะเฉพาะทาง  และ ทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนผู้มีศักยภาพโดดเด่นทางสายอาชีพ อันสะท้อนความมุ่งมั่นของมูลนิธิฯ ที่ต้องการช่วยเหลือและมอบโอกาสคืนสู่สังคมรวมถึงการพัฒนาศักยภาพและทักษะที่ตอบโจทย์โลกแห่งอนาคตแก่เยาวชนไทย ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ปกครอง และคณาจารย์ร่วมแสดงความยินดี ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ มูลนิธิศุภชัย–บุษดี เจียรวนนท์ กล่าวให้โอวาทและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาว่า “มูลนิธิฯ มุ่งมั่นส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เยาวชนไทย มอบทุนการศึกษาที่สะท้อนถึงคุณค่าของ “ความกตัญญู” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของคนดี ซึ่งคำว่า “กตัญญู” ไม่ได้จำกัดเพียงการแสดงความขอบคุณต่อบุพการีและผู้มีพระคุณ แต่ยังหมายถึงการมีความเมตตาและใส่ใจต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข นำไปสู่ความรักแท้และความเมตตา ช่วยปลูกฝังจิตใจที่พร้อมตอบแทนคุณและสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมด้วยการคิดเชิงบวกและความเพียรพยายาม เยาวชนจะสามารถเผชิญและเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ด้วยการปฏิบัติตาม “มรรค 8” ซึ่งประกอบด้วยการเห็นชอบ คิดชอบ วาจาชอบ การกระทำชอบ การดำเนินชีวิตชอบ ความเพียรชอบ สติชอบ และสมาธิชอบ โดยเน้นการครองสติหลีกเลี่ยงความโลภ โกรธ หลง และความกลัว สำหรับมูลนิธิฯ การศึกษาที่ดีไม่ใช่แค่การสร้างคนเก่ง แต่คือการสร้างคนดีที่สามารถนำความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมไปใช้ในการพัฒนาตนเองและตอบแทนสังคมอย่างสร้างสรรค์ การล้มเหลวคือบทเรียนสำคัญ เราส่งเสริมให้เยาวชนมีความเพียรในการเรียนรู้และเติบโตจากทุกประสบการณ์ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ เชื่อมั่นว่าเยาวชนที่ได้รับทุนจะนำคุณธรรมและความกตัญญูมาประยุกต์ใช้ในชีวิต สร้างประโยชน์ให้กับตนเองและสังคม พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนรุ่นต่อไป”

บุษดี เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ กล่าวเสริมว่า “อาชีพหรือกิจกรรมใดๆ ที่น้องๆ ต้องการจะทำหรือกำลังทำอยู่นั้น ขอให้พึงคำนึงอยู่เสมอว่า จะต้องเป็นการกระทำที่ส่งต่อความดี ความช่วยเหลือ และความกตัญญู ที่ทุกคนสามมารถทำได้ในรูปแบบแตกต่างกันออกไป  เริ่มตั้งแต่คำนึงถึงคนภายในครอบครัว  ขยายผลส่งต่อไปถึงสังคม  ประ เทศและมนุษยชาติ”

ด้าน กรวัฒน์ เจียรวนนท์ กล่าวให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำสิ่งที่เราชื่นชอบมาพัฒนาและอาจสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เริ่มต้นจากการเล่นเกม แล้วนำความชอบนั้น  มาสร้างสรรค์เกมของตัวเองสู่ตลาดโลก ความมุ่งมั่นในสิ่งที่ถนัด เรียนรู้ให้ลึกซึ้ง และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จ

กมลนันท์ เจียรวนนท์ โสภณพนิช กล่าวให้คำแนะนำเกี่ยวกับการค้นหาตัวเองและอาชีพในอนาคต โดยอยากให้น้องๆ คิดถึงคุณค่าหลัก (Core Value) และเป้าหมายของชีวิตที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไร หากสิ่งนั้นสามารถตอบโจทย์เป้าหมายของเราได้ เช่น การทำเพื่อครอบครัว เพื่อประเทศชาติ เราจะมีแรงและกำลังใจในการทำงานด้วยใจรัก (Passion) ต่อไปได้อย่างยั่งยืน

แซนเดอร์ เจียรวนนท์ กล่าวให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ โดยเริ่มจากความสนใจ และความรักในสิ่งที่เรียน การค้นคว้าวิจัยและลงมือทำของเราในวันนี้อาจจะสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคม และสามารถเปลี่ยนโลกให้ดียิ่งขึ้นได้ในอนาคต

เด็กหญิงภคนิจ อุปจักร์ ผู้ได้รับทุนการศึกษาทางด้านผู้มีศักยภาพโดดเด่นและทักษะเฉพาะทาง ตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันศึกษาชั้น ป. 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า “พอได้รับทุนแล้วแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ได้มาก ได้รับโอกาสใหม่ๆ เยอะขึ้นกว่าเดิม หนูจะใช้ทุนนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด และเรียนชั้นสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็กลับมาพัฒนาประเทศต่อไปค่ะ”

ฐิติวุฒิ นิลคง ผู้ได้รับทุนการศึกษาทางด้านผู้มีศักยภาพโดดเด่นสายอาชีพ ตั้งแต่ปี 2566 ปัจจุบันศึกษาระดับชั้น ปวช. ปี 2 วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา จ.น่าน กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณที่ช่วยให้ผมมีอนาคต สามารถเรียนต่อได้ ทุนการศึกษาช่วยเปิดประตูสู่โลกกว้างและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผมครับ”

นภัทร แซ่หยาง ผู้ได้รับทุนการศึกษาทางด้านผู้มีศักยภาพโดดเด่นหรือมีทักษะเฉพาะทาง ตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จ.นนทบุรี กล่าวว่า “ทุนการศึกษานี้มีความสำคัญมาก ถ้าไม่มีทุนการศึกษานี้คงไม่มีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัย ขอบคุณในความเมตตาและเป็นแรงบันดาลใจให้ได้เรียนสูงๆ ทำให้ได้เรียนในสิ่งที่ต้องการ มองเห็นอนาคตและเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ”

ทั้งนี้ มูลนิธิศุภชัย–บุษดี เจียรวนนท์ ยังเดินหน้าสานต่อเจตนารมย์สนับสนุนการศึกษาของเยาวชนไทย โดยในปี 2568 วางแผนงานครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ – จัดหาโปรแกรมฝึกอบรมและกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความสนใจและความถนัดของนักเรียน อาทิ ค่ายพัฒนาภาวะผู้นำ ค่ายหุ่นยนต์ รวมถึงเวทีการแข่งขันที่ส่งเสริมความสามารถเฉพาะด้าน เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ การพัฒนาทักษะอาชีพ – ประสานผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาในการค้นหาศักยภาพและความถนัดของนักเรียน ประสานหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกงานในสายงานที่สนใจ พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริง การเปิดโลกทัศน์และแรงบันดาลใจ – สนับสนุนการทัศนศึกษาในสถานที่ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ๆ อาทิ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สถานีข่าว TNN 16 และการศึกษาการใช้หุ่นยนต์ในภาคการผลิตการเกษตรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย พร้อมก้าวสู่โลกอนาคตอย่างมั่นใจ

Leave a comment