สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว  ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.กล่าวว่า ในปี 2566 มีจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ดูแลของ สวพส.8 จังหวัด มากถึง 7,836 จุด ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 ในระดับสูง ซึ่งทุกภาคส่วนจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ และที่เห็นเป็นประจำทุกปี คือการพ่นน้ำ การดับไฟป่า การจัดทำแนวกันไฟ และอีกหลายๆ กิจกรรม จากปัญหาดังกล่าว สวพส.ได้ขยายองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งการทำการเกษตรแบบไม่เผา โดยการจัดพื้นที่รายแปลงที่เหมาะสม เน้นการใช้พื้นที่น้อยให้มีรายได้มาก ใช้พืชผักที่ขายได้ในราคาสูงและทำได้ตลอดทั้งปี สวพส.ได้ดำเนินงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยส่งเสริมการปลูกไม้ผลและกาแฟใต้ร่มเงาในพื้นที่ป่า และการประสานกับหน่วยงานภาคีในการช่วยเหลือชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีวิถีชีวิตที่ดีและพอมีพอกินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการทำการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ เมื่อชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีเวลาที่จะดูแลป่าไม้ที่อยู่รอบชุมชนมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ทำการเกษตรที่มีไม้ยืนต้น ไม่บุกรุกทำลายป่า โดยการทำเกษตรแบบไม่เผา ส่งผลให้ในปี 2567 นี้ จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่การดูแลของ สวพส.8 จังหวัด รวม 5,137 จุด ลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับปี 2566

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบโขง ต.แม่หลอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ดำเนินการโดย สวพส.ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรให้สอดคล้องกับธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย สวพส.เริ่มดำเนินงานด้วยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสร้างความคุ้นเคยกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากโครงการหลวงที่เน้นการพัฒนาพื้นที่สูงในทุกมิติ ตั้งแต่การทำเกษตรกรรมที่ไม่เผา การจัดการพื้นที่แปลงเกษตรอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการปลูกพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา ในปี 2567 พื้นที่ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบโขงพบจุดความร้อน (Hotspot) เพียง 1 จุด ชุมชนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถทำเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้ตลอดทั้งปีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“การดำเนินงานของ สวพส.ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จในการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและป่าอย่างกลมกลืน ซึ่งสิ่งนี้เป็นความตั้งใจของ สวพส.ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีเป้าหมายในการรักษาสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของชุมชนบนพื้นที่สูงต่อไป” นายวิรัตน์ กล่าว

Leave a comment