มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 31 หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 31  หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 31 หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการโครงงานวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียงรากฐานชาติ ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิศวกรรมเกษตร รองรับการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สมหมายผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมสนับสนุนบทบาทวิศวกรรมเกษตรในยุคเกษตรอัจฉริยะ ณ ห้องประชุมสงค์ธนาพิทักษ์ มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่าภาคการเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหารและการส่งออกการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น เกษตรอัจฉริยะ โดรนเพาะปลูก และระบบจัดการน้ำอัตโนมัติ จะช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมเกษตรที่มีทักษะเฉพาะทาง เช่น การออกแบบเครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติ และการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูล จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเสริมศักยภาพของประเทศ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

“การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเกษตรสู่สาธารณะ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นเวทีสำคัญให้นักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการได้นำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ในระดับสากล เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ ที่จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับภาคเกษตรของไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล” รศ.ดร.สมหมาย อธิบาย

ด้าน รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่าแนวคิดของงานที่ว่า “เศรษฐกิจพอเพียงรากฐานชาติ ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ร่วมกับการสร้างนวัตกรรม จะช่วยให้ภาคการเกษตรของไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยด้านวิศวกรรมเกษตร รวม 35 ผลงาน ทั้งภาคบรรยาย 13 ผลงาน และภาคโปสเตอร์ 22 ผลงาน และการแข่งขันทักษะทางวิศวกรรมเกษตร 24 ทีม จากสถาบันการศึกษา 14 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดงานสำคัญระดับชาติครั้งนี้จะส่งเสริมบุคลากรด้านวิศวกรรมเกษตรได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในภาคการเกษตร

ผศ.ดร.พลเดช เชาวรัตน์ กล่าวว่า โครงการ MSU International Sports Day และเทศกาลตรุษจีน เป็นโครงการที่ส่งเสริมความเข้าใจ ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างนิสิตต่างชาติหลากหลายสัญชาติ อาทิ จีน พม่า กัมพูชา เวียดนาม ญี่ปุ่น ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ เป็นการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์สำคัญของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการยกระดับความเป็นนานาชาติ สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างนิสิตและชุมชนมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสามัคคีในระดับโลก

Leave a comment