
‘นฤมล’นำทีมหารือCAWA ชี้ตลาดจีนมั่นใจสินค้าเกษตรไทย
วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ หารือกับนายหม่าเจิงจวิน ประธานสมาคมตลาดค้าส่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Agriculture Wholesale Market Association : CAWA) เพื่อแสวงหาโอกาสในการค้าสินค้าเกษตรของไทย
ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า บริษัท CAWA ได้นำเข้าสินค้าเกษตรต่างๆ จากไทย เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย โดยมีการนำเข้าทุเรียนมากที่สุด รวมมูลค่า 83 ล้านหยวน ซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในตลาดจีน โดยมีปริมาณการนำเข้าทุเรียนสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกุ้งขาวแวนนาไมจากไทย 177.3 ตันคิดเป็นมูลค่า 10.61 ล้านหยวน และตั้งแต่จีนระงับการนำเข้าสินค้าประมงจากญี่ปุ่น CAWA เห็นว่า ไทยจะมีโอกาสในการส่งออกสินค้าประมงเพิ่มมากขึ้น บริษัท CAWA ขอให้ภาครัฐส่งเสริมและสนับสนุนการส่งรังนกที่มีคุณภาพดีของไทยมายังจีน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวจีน
ปัจจุบันบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี เช่น รหัสติดตาม (traceability code) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในจีน ซึ่งสามารถสแกนรหัสและรู้ได้ทันทีว่าสินค้านี้มาจากประเทศไหน การสร้างระบบแหล่งที่มาของสินค้าให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ในอนาคต และเพื่อให้สามารถสร้างความได้เปรียบด้านแบรนด์ที่สำคัญในรสชาติและความประทับใจของผู้บริโภคชาวจีน
ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า ประเทศจีนเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยสินค้าเกษตรไทยส่งออกจีนมากเป็นอันดับ 1 และมีแนวโน้มส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สินค้าจีนก็ส่งออกไปยังไทยมากเช่นกัน ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพื่อให้ไทยสามารถขนส่งสินค้าเกษตรไปจีนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ส่วนเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ไทยและจีนได้ลงนามพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรค และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และหวังว่าจะมีการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพของไทยมายังจีนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกโคมีชีวิต และผลิตภัณฑ์จากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มีการเดินหน้าเจรจายกระดับเปิดตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) และจะมีความร่วมมือในระยะอันใกล้นี้ ซึ่งตลาดจีนยังมีความต้องการสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากไทย จึงเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดไปยังจีนได้