‘CHILLI FEST’ มหกรรมความเผ็ดที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งพร้อมเชฟระดับมิชลิน

‘CHILLI FEST’ มหกรรมความเผ็ดที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งพร้อมเชฟระดับมิชลิน

‘CHILLI FEST’ มหกรรมความเผ็ดที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งพร้อมเชฟระดับมิชลิน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.33 น.

“Chilli Fest”  กลับมาจัดเป็นปีที่ 3 ที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568  พร้อมเมนูเผ็ดร้อนจากหลากร้านอาหารชั้นนำของกรุงเทพฯ และเชฟระดับมิชลิน บวกความบันเทิงร้อนแรง การแข่งขันกินพริกสุดโหดและกิจกรรมอื่นๆ โดยมีร้านอาหารและเชฟฝีมือดุเดือดถึง 14 ราย มารังสรรค์เมนูจัดจ้านแบบไม่มีใครยอมใคร

ปีนี้ Chilli Fest นำเสนออาหารเผ็ดจากหลากหลายที่มา อาทิ เมียนมา อินเดีย นิวออร์ลีนส์ เกาหลีใต้ สเปน ตะวันออกกลาง จีน ศรีลังกา และที่ขาดไม่ได้คือเมืองไทย จานอร่อยเด็ดเหล่านี้จะเสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศ food market อันแสนคึกคัก โอบล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น โดยราคาเริ่มต้นเพียง 80 บาทเท่านั้น

เชฟชื่อดัง ร้านอาหารรางวัลการันตี และเมนูร้อนแรงที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ แซ่บนิรันดร์ โดย เชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ผู้อยู่เบื้องหลังร้านมิชลิน 1 ดาว Le Du และ Nusara ร้านอันดับ 6 ในลิสต์ Asia’s 50 Best Restaurants 2024 กลับมาร่วมงานเป็นปีที่สาม พร้อมก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสเข้มข้นสูตรพิเศษ ผสมผสานพริกสามชนิดของไทย ทั้งพริกกะเหรี่ยง พริกจินดา และพริกขี้หนู จากร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ แซ่บนิรันดร์ หนึ่งในร้านน้องใหม่ล่าสุดของเชฟ

80/20: ร้านอาหารระดับมิชลิน 1 ดาว โดย 80/20 คือสัดส่วนระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่น 80 เปอร์เซ็นต์ กับความคิดสร้างสรรค์ของเชฟอีก 20 เปอร์เซ็นต์ นิตยสาร Time เคยเลือกร้านนี้เป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกประจำปี 2562 (The World’s 100 Greatest Places 2019) ในครั้งนี้ เชฟแทฟ-ทวีศักดิ์ พุทธวงศ์ ขอนำเสนอแกงเผ็ดสไตล์พม่ารสร้อนแรง และนักเก็ตลาบแก้มหมูและขาหมู

ขณะที่ K BY VICKY CHENG โดย เชฟ Vicky Cheng เชฟชื่อดังจากฮ่องกง นำเมนูเด็ดจากร้านอาหารแห่งแรกของเขาในกรุงเทพฯ มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่ไก่หมาล่า และ หมูผัดพริกเสฉวน ร้านอาหาร JHOL โดย เชฟ Hari Nayak เซเลบริตี้เชฟระดับโลกชาวอินเดีย นักธุรกิจร้านอาหาร ที่ปรึกษาด้านอาหาร และนักเขียน  นำรสชาติอาหารแถบชายฝั่งอินเดียมาเสิร์ฟใน Chilli Fest ไม่ว่าจะเป็น เห็ดพิริพิริ เสิร์ฟพร้อมหยวกกล้วยปาชาดิ ส้มโอทับทิมสยามและลูกเดือยกรอบ ไก่ทอดสไตล์ Berhampur เสิร์ฟพร้อมกับซอสพริกสูตรลับของ Jhol และปูนิ่มผัดพริกสไตล์ Tangra

DELIA โดย คู่หูเชฟ Gabi กับ Diego เสิร์ฟสองเมนูที่เปี่ยมภูมิปัญญาทางอาหาร ตามขนบที่ได้รับการถ่ายทอดจาก “Abuelitas” หรือคุณยายสุดที่รักของพวกเขา เตรียมลิ้มลองความจัดจ้านของ น้ำพริกอากัวชิเลเสิร์ฟกับหอยเชลล์ (Scallop Aguachile) และทาโก้เดปาสเตอร์คอนเคโซ (Taco de Pastor Con Queso) ที่อร่อยจนต้องเลียนิ้ว

RANGOON TEA HOUSE BANGKOK โดย เชฟ Honey Rae Zenang เชฟผู้มุ่งมั่นนำเสนออาหารพม่าสู่ระดับสากล นักชิมจะได้ลองเมนูอาหารพม่าแสนอร่อย อย่าง ยำใบชาพม่าแบบเผ็ด ขนมจีนโมฮิงกาปลาสี่ชนิด และข้าวคลุกกะปิสไตล์ยะไข่  ร้าน MITSOS โดย เชฟ Dimitrios Moudios ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านอาหารระดับมิชลิน 1 ดาว Ōre พร้อมนำเสนอรสชาติเมดิเตอร์เรเนียนแบบจัดจ้าน ด้วยอาหารทะเลสดใหม่เปี่ยมคุณภาพ ได้แก่ พาสต้าริกาโตนีวอดก้าซอสเผ็ด และโรตีเสิร์ฟพร้อมกับเนื้อแกะส่วนหน้าท้อง พริกหมัก และคอมบุกรอบ

ร้านขวัญใจชาวกรุง เผ็ดเผ็ด หนึ่งในร้านอาหารที่ดังที่สุดในกรุงเทพฯ ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสแซ่บสไตล์อีสานแท้ๆ สมชื่อร้าน “เผ็ดเผ็ด” จัดเต็มด้วยเมนูส้มตำยอดนิยม ทั้งตำผลไม้ เสิร์ฟพร้อมข้าวเกรียบงาจากสกลนคร และตำไทยหรือตำปลาร้า ที่เสิร์ฟพร้อมคอหมูย่างและข้าวจี่แบบประยุกต์ อีกทั้งยังนำเสนอเมนูใหม่ ไส้กรอกแกงอ่อมหมู เสิร์ฟคู่กับน้ำพริกมะเขือยาวอีกด้วย

Sababa นำเสนอความแปลกใหม่ด้วยการผสมผสานรสชาติเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับบรรยากาศการกินดื่มสบายๆ แบบอิซากายะญี่ปุ่น โดย เชฟ Maxim Baile ได้เตรียมเมนูสุดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นฮัมมุสเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เสิร์ฟพร้อมซอสเผ็ดเชอร์มูล่ากับแครกเกอร์ และสลัดมันฝรั่ง เสิร์ฟพร้อมพริกยัดไส้ปูกับพริกดอง ร้าน TINA’S: Tina’s เฉลิมฉลองรากเหง้าของอาหารนิวออร์ลีนส์ และรสชาติแบบครีโอลและเคจัน โดย เชฟ David Cleland จะเสิร์ฟบิสกิตบัตเตอร์มิลค์ใส่พริกฮาลาปินโญ่ และซุปเย็นซีฟู๊ดกัซปาโช่ผสมผสานกับบลัดดี้แมรี่ และมูสดาร์กช็อกโกแลตรสเผ็ด

SABIO ร้านทาปาสสเปนชั้นนำจากสิงคโปร์ โดย เชฟ Olivier Bendel พร้อมเสิร์ฟอาหารสเปนรสจัดจ้าน เช่น พริกปาโดรงทอด (Padrón Pepper) กุ้งผัดพริกกระเทียมแบบสเปน (Spiced Gambas Pil Pil) และไส้กรอกโชริโซ มันเตกาพิน โชส (Chorizo Manteca Pinchos) ร้าน MINISTRY OF CRAB BANGKOK:  เชฟ Dharshan Munidasa นำ ปูโคลน วัตถุดิบยอดนิยมแสนอร่อยจากศรีลังกา มาปรุงเป็นเมนูฟิวชั่นไทยที่น่าเอร็ดอร่อย ทั้งกะเพราปูและปูผัดพริกกระเทียม

เชฟ Shim Young Dae หัวหน้าเชฟจาก ANJU Korean Rooftop Bar บาร์เกาหลีแห่งแรกและสูงที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาพร้อมเมนูเด็ดอย่าง โอเด้งเสียบไม้ราดซอสเผ็ด และไก่ทอดเกาหลีรสเผ็ดร้อน ขณะที่ BAR.YARD: เชฟ Lamberto Valdez Lara ยกขบวนบาร์บีคิวจากชั้น 40 มาในสวนด้วยเมนูที่คิดขึ้นพิเศษเพื่อ Chilli Fest ปีนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น ทาโก้หอยนางรมกรอบที่ถูกรมควันด้วยถ่านไม้แอปเปิล พอร์เช็ตตาหมูกรอบเสิร์ฟบนมันบดครีมชีสเนียนนุ่ม และฟลอตาสยัดไส้ล็อบสเตอร์กับอโวคาโดบด

Chilli Fest ปีนี้ไม่ได้มีแค่ของเผ็ด แต่มาพร้อมเครื่องดื่มที่จับคู่กับความร้อนระอุได้อย่างลงตัว พาร์ทเนอร์เครื่องดื่มจัดเต็มทะลุปรอท ด้วยคราฟต์เบียร์สดชื่นอย่าง Crispy Boy Lager และ Wila Weizen จาก Beervana ฝั่ง Peddlers Gin และ Aperol ก็พร้อมเขย่าค็อกเทลเย็นฉ่ำให้ลิ้มลอง เชิญเปิดฝา Corona เย็นเจี๊ยบ หรือจิบ Guinness เข้มๆ หรือจะเติมความหรูหราไปกับ Maison Perrier และแชมเปญ Drappier แต่ถ้าอยากเพิ่มดีกรีความร้อนแรง เชิญพบกับลิเคียวร์พรีเมียม Giffard’s และ Patron เตกีล่าจาก Bacardi รวมถึงแม่โขงรสชาติไทยแท้ ที่พร้อมเติมความสนุกขึ้นไปอีกขั้น

เตรียมเผชิญกับความเผ็ดร้อนสุดโหด กับการแข่งขันกินพริก โดยผู้ท้าชิงจะต้องกินพริกที่เผ็ดขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงระดับ 2,200,000 สโควิลล์ (Scoville) ผู้พิชิตความเผ็ดได้มากที่สุดจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 ก็ไม่น้อยหน้า เพราะจะได้ห้องพัก 1 คืน พร้อมอาหารเช้าและเครดิตสำหรับรับประทานอาหารที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ  การแข่งขันเปิดให้ทุกคนสามารถร่วมสนุกได้โดยต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เปิดโอกาสให้ทุกคนที่กล้าสู้ความเผ็ดสะท้านสะเทือน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Kimpton Maa-Lai Bangkok Facebook

ผู้เข้าร่วมงานสามารถซื้อซอสพริกสูตรพิเศษใน Chilli Fest ทั้ง That Daeng Sauce และ Firepower Hot Sauces รวมถึงสนุกกับ California Ink Bangkok ที่กลับมาอีกครั้งให้คนกินเผ็ดได้สักลายพริกเพื่อสร้างความทรงจำสุดพิเศษ และบรรยา กาศในงานจะคึกคักดุเดือด ด้วยดนตรีจาก DJ และวงดนตรีสดตลอดทั้งงาน พร้อมปิดท้ายโดยโชว์ไฟสุดเร่าร้อน

Chilli Fest จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 21.00 น. ที่สวน Urban Oasis บัตรเข้างานราคา 300 บาท รวมเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว และบัตร Early Bird ราคาเพียง 200 บาท  (มีจำนวนจำกัด) ซื้อบัตรได้แล้ววันที่ Megatix รายได้ส่วนหนึ่งจากงานนี้จะบริจาคให้ Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand) มูลนิธิที่มุ่งมั่นลดขยะอาหารและแก้ปัญหาความหิวโหย โดยกอบกู้อาหารส่วนเกินจากโรงแรม ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และโรงงาน แล้วจัดสรรปันส่วนแก่ชุมชน หน่วยงาน และบุคคลต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/ChilliFest25TH หรือโทร +66 2 056 9999

040

Leave a comment