ประวัติศาสตร์ใหม่ในการเจรจา

ประวัติศาสตร์ใหม่ในการเจรจา

4 มี.ค. 2568 05:57 น.

ประวัติศาสตร์ใหม่ในการเจรจา

28 กุมภาพันธ์ 2025 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีอูเครน พบกันที่ห้องประชุมรูปไข่ ทำเนียบขาว การประชุมร่วมกันในครั้งนี้ทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะมีบทสรุปเรื่องข้อตกลงสันติภาพและความร่วมมือด้านทรัพยากรแร่ธาตุ

ระหว่างการหารือ ทรัมป์และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ปะทะคารมกันอย่างดุเดือดกับเซเลนสกี แวนซ์กล่าวหาเซเลนสกีว่า ไม่แสดงความขอบคุณต่อความช่วยเหลือของสหรัฐฯที่ช่วยอูเครนมาตลอด 3 ปี ในสงครามรัสเซีย-อูเครน แต่เซเลนสกีก็เถียงกลับทันทีว่าเขาขอบคุณมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

ทรัมป์ย้ำกับเซเลนสกีว่ากำลังเอาประชาชนคนอูเครนมาเป็นตัวประกันและเดิมพันกับสงครามโลกครั้งที่สาม พร้อมกับลำเลิกบุญคุณที่สหรัฐฯเคยช่วยอูเครนผ่านประธานาธิบดีโง่ๆ (อย่างไบเดน) มากถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์ ให้อุปกรณ์ทางการทหาร “ถ้าไม่มีอาวุธของอั๊วะ ลื้อก็แพ้ตั้งแต่สองสัปดาห์แรกแล้วโว้ย”

พอถึงตอนนี้ก็ฟังแทบไม่รู้เรื่องแล้วครับ สถานการณ์รุนแรงขึ้นเพราะต่างคนต่างไม่ฟังกัน ทั้งทรัมป์ แวนซ์ ตะโกนก่นด่าเซเลนสกี เซเลนสกีก็เถียงคำไม่ตกฟาก เถียงหน้าดำหน้าแดงจนสื่อมวลชนในทำเนียบขาวต่างกุมขมับ สร้างประวัติ ศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเวทีการทูตระดับโลก

การทะเลาะครั้งระบือโลกออกสื่อในครั้งนี้ทำให้การแถลงข่าวร่วมและพิธีลงนามข้อตกลงถูกยกเลิก เซเลนสกีและคณะถูกเชิญออกจากทำเนียบขาว ไม่ต้องพูดถึงอาหารที่ทางทำเนียบขาวเตรียมรับรองไว้ดอกครับ แม้แต่ขนมปังสักแผ่น ทรัมป์ก็ยังไม่ให้กิน

หลังการประชุม ทรัมป์โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ของแกว่าไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ ในวันนี้ และเชื่อว่าเซเลนสกียังไม่พร้อมสำหรับสันติภาพ

เซเลนสกีบินออกจากสหรัฐฯอย่างนกปีกหัก รู้ตัวแล้วว่า ทุกอย่างที่ตัวเองเคยของ่ายๆ จากสหรัฐฯในยุคไบเดน มาวันนี้ในยุคของทรัมป์ ยากไปทุกเรื่อง สถานการณ์เปลี่ยนไปราวหน้ามือกับหลังเท้า

หลังจากไล่เซเลนสกีออกจากทำเนียบขาวไปแล้ว ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา คาโรไลน์ เลวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของทำเนียบขาว ออกมาแถลงข่าวว่า สหรัฐฯจะไม่มอบความช่วยเหลือทางทหารแก่อูเครนอีกต่อไป เลวิตต์ใช้คำว่า “เราจะไม่เขียนเช็คเปล่าสำหรับสงครามให้กับประเทศหนึ่งที่อยู่ห่างไกลมากๆอีกต่อไป หากปราศจากสันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืน”

ผู้อ่านท่านครับ การกระทำของเซเลนสกีที่ขึ้นเสียงเถียงทรัมป์และแวนซ์ฉอดๆ ในทำเนียบขาวถูกกระจายขยายไปทั้งโลก คนอเมริกันจำนวนไม่น้อย รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมสายแข็งมองว่าเซเลนสกีไม่แสดงความซาบซึ้งหรือไม่แสดงความขอบคุณอย่างเพียงพอ เขียนให้เข้าใจง่ายๆว่าอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณ เท่านั้นยังไม่พอ ยังไม่ให้ความเคารพ ทำตัวหยิ่งผยองพองขนถึงในทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ให้ความช่วยเหลือทางการทหารและการเงินกับอูเครนเพื่อใช้ต่อสู้กับรัสเซียไปมากมายมหาศาล

ผมก็ไม่รู้ว่าเซเลนสกีพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋ายังไง ถึงกล้าดีไปกดดันให้สหรัฐฯให้คำมั่นสัญญาเรื่องการสนับสนุนอูเครนในระยะยาว เรียกร้องให้สหรัฐฯส่งอาวุธและเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจว่าสหรัฐฯเองก็กำลังเจอปัญหาเศรษฐกิจและงบประมาณที่ชักหน้าไม่ถึงหลังเหมือนกัน แทนที่จะบริหารทรัพยากรที่ได้รับไปให้ดีขึ้น กลับได้คืบจะเอาศอก แถมยังพยายามบีบให้สหรัฐฯเข้าสู่สงครามโดยตรง

สมัยไบเดน เมื่อขออะไรไม่ได้เซเลนสกีก็ใช้วิธีขู่ ซึ่งอาจจะเคยได้ผล แต่วันนี้ผู้นำสหรัฐฯชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ การเจรจาครั้งล่าสุดจึงลงเอยด้วยการถูกไล่ออกมาจากทำเนียบขาวโดยไม่มีการลงนามข้อตกลงใดๆทั้งสิ้น กลายเป็นผู้นำที่ต้องระเห็จออกจากสถานที่เจรจาอย่างไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี

แม้ว่าทีท่าของอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ประเทศใหญ่ในนาโตจะออกมาบอกว่ายืนเคียงข้างอูเครน แต่ถ้านาโตไม่มีสหรัฐฯคอยสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ สนับสนุนงบประมาณ

นาโตก็คงเป็นได้แค่ No Action Talk Only เท่านั้น.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม

Leave a comment