จากไร่กาแฟเดิมสู่เพิ่มเติมพืชหลากหลาย ครูต้นแบบวนเกษตร‘ระนอง’เผยประโยขน์ทั้งเพิ่มรายได้-สิ่งแวดล้อมดี

จากไร่กาแฟเดิมสู่เพิ่มเติมพืชหลากหลาย ครูต้นแบบวนเกษตร‘ระนอง’เผยประโยขน์ทั้งเพิ่มรายได้-สิ่งแวดล้อมดี

จากไร่กาแฟเดิมสู่เพิ่มเติมพืชหลากหลาย ครูต้นแบบวนเกษตร‘ระนอง’เผยประโยขน์ทั้งเพิ่มรายได้-สิ่งแวดล้อมดี

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

“เกษตรทฤษฎีใหม่” คือการทำเกษตรแบบผสมผสานที่มีการปลูกพืชหลายชนิด รวมถึงอาจเลี้ยงสัตว์ด้วยโดยใช้พื้นที่เดียวกัน ในลักษณะที่กิจกรรมเหล่านั้นเกื้อกูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด กำลังเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีตัวอย่างจากผู้ที่ทำแล้วมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

ดังที่ นายธรรมนูญ จันทร์ภักดี ครูต้นแบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านบางพรวด ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งแบ่งพื้นที่ 10 ไร่มาทำวนเกษตร จากพื้นที่ทั้งหมด 28 ไร่ 1 งาน 10 วา มีรายได้จากการเกษตร 480,000 บาทต่อปี เล่าว่า ในอดีตตนทำเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกกาแฟเป็นพืชหลัก ต่อมาเริ่มปลูกสมุนไพร ผักและผลไม้ต่างๆ เพิ่มเติม เช่น มังคุด ทุเรียน ลองกอง กล้วย ไพลเหลือง หมาก ผักเหลียง ทั้งเพื่อบริโภคเองและจำหน่าย ซึ่งพบว่า ช่วยลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่แน่นอนและการระบาดของศัตรูพืช

“ได้เล็งเห็นความมั่นคงในอนาคตจากการเข้าอบรมโครงการวนเกษตร จาก ส.ป.ก. ระนอง โดยการนำไม้ป่ามาปลูกร่วมกันภายในแปลงเกษตรกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีมูลค่าและช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย เช่น ตะเคียนทอง จำปาทอง มะฮออกกานี ยางนา มีการแปรรูปปุ๋ยหมักจากเปลือกหมาก การเพาะกล้าไม้ การทำน้ำยาล้างจาน” นายธรรมนูญ กล่าวเพิ่มเติม

นายธรรมนูญ กล่าวต่อไปว่า หลังเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรกรรมเป็นแบบวนเกษตร ผลที่ได้รับมีทั้งด้านเศรษฐกิจ มีรายได้ตลอดทั้งปีจากผลผลิตที่หลากหลาย อีกทั้งลดรายจ่ายจากต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีโดยเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยหมัก ด้านสิ่งแวดล้อม เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์ และด้านสังคม คือการเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งขยายพันธุ์พืช ให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นหรือผู้สนใจ

Leave a comment