‘อดีตพระยันตระ’เสียชีวิต อายุ73ปีที่สหรัฐอเมริกา

‘อดีตพระยันตระ’เสียชีวิต  อายุ73ปีที่สหรัฐอเมริกา

‘อดีตพระยันตระ’เสียชีวิต อายุ73ปีที่สหรัฐอเมริกา

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อดีตพระยันตระ” เสียชีวิตแล้ว วัดสุญญตารามเอสคอนดิโด้ แคลิฟอร์เนีย อายุ 73 ปี ลูกศิษย์อาลัยต่อการจากไป

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อ “SiamTownUS”ได้โพสต์แจ้งข่าวโดยระบุว่าพระยันตระ เสียชีวิต เฟซบุ๊กเพจของวัดสุญญตาราม เอสคอนดิโด้ แคลิฟอร์เนีย ได้โพสต์รูปและข้อความเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2025 ว่า พระยันตระ หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ประธานสงฆ์ของทางวัด ได้เสียชีวิตแล้ว

โดยทางวัดได้โพสต์ข้อความว่า “ขอน้อมถวายความอาลัย น้อมส่งหลวงพ่อสู่พระนิพพาน พระอาจารย์ยันตระ อมโร ประธานสงฆ์และผู้นำทางจิตวิณญาณวัดสุญญตาราม ได้ละสังขารแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2025 ณ วัดสุญญตาราม เอสคอนดิโด้ สิริรวมอายุ 73 ปี พรรษา 51” ขณะที่ลูกศิษย์ต่างโพสต์แสดงความเสียใจ และอาลัยต่อการจากไปของ พระยันตระ

ทั้งนี้ อดีตพระยันตระได้เดินทางกลับมาประเทศไทย ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เดินทางมาลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีลูกศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือ เดินทางมาต้อนรับจำนวนหนึ่ง

สำหรับประวัติของ อดีตพระยันตระ มีชื่อเดิมว่า นายวินัย ละอองสุวรรณ เกิดวันที่ 14 ตุลาคม 2494 เคยอุปสมบท ที่วัดรัตนาราม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2517โดยแทนตัวเองว่า“พระยันตระ” แปลว่า ผู้ไกลจากกิเลส ที่เคยใช้มาตั้งแต่ยังเป็นฤๅษียันตระ

เมื่อบวชแล้วเป็นที่รู้จักดี ทำให้มีผู้ศรัทธาบวชเพื่อเข้าเป็นลูกศิษย์มากมาย ทำให้เขามักแวดล้อมไปด้วยพระสงฆ์คอยอุปัฏฐากอยู่เสมอ ๆ นอกจากนี้ ยังมีผู้ศรัทธาสร้างสำนักวัดถวายเขาหลายแห่ง โดยทุกวัดที่สร้างในสำนัก เขาจะใช้คำว่า “สุญญตาราม” ประกอบด้วยเสมอ สำนักที่เป็นที่รู้จักดีคือ วัดป่าสุญญตาราม กาญจนบุรี และยังมีสำนักวัดป่าสุญญตารามของเขา ในต่างประเทศอีกหลายแห่ง เช่นที่ วัดป่าสุญญตาราม เมืองบันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น

ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของเขา ทำให้พระวินัย ถือเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น มีการตีพิมพ์เผยแพร่คำสอนรวมถึงได้รับนิมนต์ไปเทศนายังที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ คำสอนของเขาเน้นแนวทางปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการศาสนาว่าถูกต้องกับพระไตรปิฎก

ต่อมา เกิดเรื่องราวอื้อฉาวขึ้น เมื่อถูกเปิดโปงถึงพฤติกรรมล่อลวงหญิงสาวและมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงบนดาดฟ้าเรือเดินสมุทร ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะกับนางจันทิมา หญิงรายหนึ่งที่ถึงขั้นพาเด็กหญิงมาแสดงตัว อ้างว่าเป็นลูกของเธอกับยันตระ และหลักฐานอื่นๆ เช่น ภาพถ่ายการใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา สุดท้ายท้าให้ตรวจดีเอ็นเอ

ต่อมา มีการเปิดเผยสลิปบัตรเครดิตที่มีญาติโยมบริจาคให้ และถูกนำไปใช้ในสถานบริการทางเพศที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในที่สุด เกิดการฟ้องร้องเป็นคดีความหลายข้อหา เมื่อปี 2537 กระทั่งในที่สุด เขาได้ถูกมติม หาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่า เขาต้องอาบัติหนัก ดังที่ถูกฟ้องร้อง

แต่ อดีตพระยันตระไม่ยอมรับมติดังกล่าว พร้อมปฏิญาณตนว่ายังมีสถานะเป็นภิกษุอยู่ โดยเปลี่ยนจีวรเป็นสีเขียว เวลานั้นมีการเรียกอดีตพระยันตระว่า “จิ้งเขียว” ก่อนที่จะมีข่าวว่าออกจากประเทศไทยไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง กระทั่ง 20 ปีต่อมา อดีตพระยันตระ กลับมาปรากฏตัวที่ไทยอีกครั้ง เมื่อคดีหมดอายุความ เมื่อเดือนเมษายนปี 2557 ได้มาพักอยู่ที่อาศรม ที่ปลูกสร้างขึ้น หลังบ้านเดิมของ อดีตพระยันตระ โดยมีผู้ที่ยังเคารพนับถือเดินทางมาเยี่ยมเยียนและเชิญไปยังสถานที่ต่างๆ หลายจังหวัดในภาคใต้ โดยเดินทางกลับอเมริกาในวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ซึ่งทราบว่าจะปักหลักอาศัยอยู่ที่อเมริกาตลอด

ปี 2564 อดีตพระยันตระเดินทางกลับไทยอีกครั้งโดยกักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี จนถึงวันที่ 8 ต.ค.และจากนั้นวันที่ 9-14 ต.ค.เดินทางไปอาศัยที่สำนักป่าสุญญตารามเกริงกระเวีย วันที่ 15-18 ต.ค. ไปอยู่ที่บ้านเกิด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นวันที่ 19-22 ต.ค. เจ้าตัวได้มาอยู่ที่เกพลิตาโพธิวิหาร จ.สระแก้ว ซึ่งในวันที่ 23 ต.ค. จะกลับมาพักที่บ้านคุณหญิงสิริกร จ.ปทุมธานี ก่อนที่ในวันที่ 27 ต.ค. เจ้าตัวจะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา จากนั้น 6 กุมภาพันธ์ 2568 อดีตพระยันตระ เดินทางกลับประเทศไทย จนกระทั่งเดินทางกลับไปยังวัดสุญญตาราม เอสคอนดิโด้ แคลิฟอร์เนียและได้เสียชีวิต

Leave a comment