เตรียมพร้อมเผชิญวิกฤตด้านระบบทางเดินหายใจและผิวพรรณกับ’จูลี่ จุรีพร’เจ้าแม่ wellness ยุคใหม่

เตรียมพร้อมเผชิญวิกฤตด้านระบบทางเดินหายใจและผิวพรรณกับ'จูลี่ จุรีพร'เจ้าแม่ wellness ยุคใหม่

เตรียมพร้อมเผชิญวิกฤตด้านระบบทางเดินหายใจและผิวพรรณกับ’จูลี่ จุรีพร’เจ้าแม่ wellness ยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.01 น.

หากพูดถึงสภาพอากาศของไทยที่เห็นได้ชัดเจนว่าทุกพื้นที่ในตอนนี้ปกคลุมไปด้วยฝุ่น PM 2.5 ทั่วทุกพื้นที่ทั้งประเทศ โดยเฉพาะย่านเมืองหลวงต่างๆ วิธีการเตรียมพร้อมเรื่องการดูแลสุขภาพกันอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ในยุค พ.ศ. นี้ ทั้งเรื่องระบบทางเดินหายใจ ที่ต้องกลับมาใส่แมส ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ในส่วนของสุขภาพผิวพรรณก็ยิ่งต้องดูแลเพิ่มมากยิ่งขึ้น สำหรับสาวๆ ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง วันนี้มีทริคดีๆ ด้านผิวพรรณจาก “คุณจูลี่-จุรีพร แสนเมือง” กรรมการบริหารบริษัทบริษัท เอสล่า จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ด้านความงามและเวชสำอางชั้นนำระดับโลก มาแนะนำให้ฟังกันแบบชุดใหญ่ เพื่อให้สุขภาพผิวห่างไกลความโรยราจากปัญหาฝุ่น PM 2.5

ช่วงนี้มีฝุ่นพิษเยอะมากเราสามารถทานอะไรที่จะช่วยให้ไม่ผิวแก่เพราะฝุ่น

คุณจูลี่ : ฝุ่น PM 2.5 เป็นอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิว ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย และหมองคล้ำ การรับประทานผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของฝุ่น PM 2.5 ได้ ตัวอย่างเช่น

• ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่: เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโธไซยานิน และวิตามินซี ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

• อะโวคาโด: อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของรังสียูวีและมลภาวะ นอกจากนี้ยังมีไขมันดีที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น

• ผักใบเขียว: เช่น ผักโขม คะน้า บรอกโคลี เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงสีฟ้า

• มะเขือเทศ: อุดมไปด้วยไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงในการปกป้องผิวจากการทำลายของรังสียูวี

• ส้ม: เป็นแหล่งของวิตามินซี ซึ่งช่วยในการสร้างคอลลาเจนและปกป้องผิวจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

ในด้านของการบำรุงเราสามารถทำอย่างไรได้บ้าง พวกทรีทเม้นท์การทาบำรุงควรใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารชนิดใด

คุณจูลี่ : การบำรุงผิวเป็นสิ่งสำคัญในการชะลอวัยและปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ สำหรับการบำรุงผิวที่แนะนำ อย่างเช่น

• วิตามินซี: ช่วยต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

• เรตินอล (วิตามินเอ): ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดริ้วรอย

• กรดไฮยาลูโรนิค: ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

• เปปไทด์: ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

• สารสกัดจากพืช เช่น สาหร่าย ชาเขียว: มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

สำหรับทรีทเม้นท์ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เช่น การทำเลเซอร์ การฉีดวิตามิน หรือการทำ PRP เป็นต้นค่ะ

อยากให้พูดถึงนวัตกรรมใหม่ของการชะลอวัยที่ตอนนี้ได้รับความนิยมในเมืองไทย

คุณจูลี่ : ในปัจจุบัน นวัตกรรมชะลอวัยที่ได้รับความนิยมในเมืองไทยมีหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เน้นการฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความปลอดภัยสูง ตัวอย่างเช่น

• การฉีดสารเติมเต็ม (Fillers): เป็นที่นิยมอย่างมากในการลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มปริมาตรให้กับผิว โดยสารเติมเต็มที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ ไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและดูอ่อนเยาว์

• การใช้โบท็อกซ์ (Botox): เป็นการฉีดโปรตีนบริสุทธิ์เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยหว่างคิ้ว ตีนกา และหน้าผาก

• การทำทรีตเมนต์ด้วยเลเซอร์: มีหลากหลายประเภท เช่น Picosecond Laser, และ Q-Switched Nd:YAG Laser ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดประสงค์ในการรักษาที่แตกต่างกันไป เช่น การลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

• การใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency): เป็นการส่งพลังงานคลื่นวิทยุเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวกระชับและลดเลือนริ้วรอย

• การใช้เทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound): เป็นการส่งคลื่นเสียงความเข้มข้นสูงเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก เพื่อยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัด

• การใช้ไหมละลาย (Thread Lift): เป็นการสอดเส้นไหมละลายเข้าสู่ผิวหนัง เพื่อยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ

Leave a comment