‘อัครา’ชูGIปลากะพงสามน้ำ ต่อยอดโครงการ1ท้องถิ่น1สินค้าฯ

‘อัครา’ชูGIปลากะพงสามน้ำ  ต่อยอดโครงการ1ท้องถิ่น1สินค้าฯ

‘อัครา’ชูGIปลากะพงสามน้ำ ต่อยอดโครงการ1ท้องถิ่น1สินค้าฯ

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะพี่น้องเกษตรกร กลุ่มรักเกาะยอ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา โดยกลุ่มรักเกาะยอ เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา หมู่ 4, 5, 8 ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 32 ราย พื้นที่เลี้ยง 4.13 ไร่ รวม 294 กระชัง ผลผลิตเฉลี่ย 96 ตัน/ปี รายได้ 15.4 ล้านบาท/ปีได้รับมาตรฐาน GAP จากกรมประมง ปัจจุบันได้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าปลากะพงสดและอาหารทะเลอื่นๆ ตามคำสั่งซื้อ เช่น หมึก และกุ้งก้ามกรามทะเลสาบ จากกลุ่มเกษตรกรอำเภอใกล้เคียง จำหน่ายโดยตรงหน้าท่า พ่อค้า ร้านค้าในท้องถิ่น การขายออนไลน์ และการจัดแสดงสินค้า โดยกลุ่มมีการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือด้านการตลาดกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงอื่นๆ ทั่วทั้งเกาะยอ สามารถควบคุมราคาตลาดปลากะพง ให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดเป็นอาชีพหลักของสมาชิก ปัจจุบันกลุ่มรักเกาะยอขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา ของ จ.สงขลา

สำหรับกรมประมง ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการเกษตรแปลงใหญ่ (ปลากะพง) งบประมาณปี 2565-2567 โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง 100,000 บาท และมีแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อใช้ในกระบวนการเลี้ยงและการแปรรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สามารถรักษาความสดของปลาจนถึงมือผู้บริโภค จัดส่งได้ทั่วประเทศ พร้อมจัดหาแหล่งเงินทุนในการพัฒนาการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพการแปรรูปที่ได้คุณภาพ และผลิตได้ตามความต้องการของตลาด จัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นในการสนับสนุนด้านการแปรรูป รวมถึงการศึกษาดูงานการเลี้ยงและแปรรูปปลากะพง และสนับสนุนตลาด

นายอัครากล่าวว่า ได้มุ่งเน้นนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เช่น นโยบายยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูงด้วยการต่อยอดโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้าง Brand หรือ Story ของจังหวัดหรือท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ และเป็นแนวทางพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรไทยที่สร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

ที่ผ่านมา รมว.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรคและสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมง ที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งพิธีสารฯ ฉบับนี้ มี
เป้าหมายเพื่อให้ไทยสามารถส่งออกปลากะพงขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงชนิดแรก โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกได้ปีละมากกว่า 50,000 ตันต่อปี อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานตามนโยบายจะเกิดความสำเร็จได้จะต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนประชาสังคม รวมถึงเกษตรกรด้วย

Leave a comment