
กรมชลประทาน จับมือ วิศวะ จุฬาฯ ม.เกษตร และสถาบัน Deltares เนเธอร์แลนด์ เพิ่มศักยภาพชลประทานไทย
วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.45 น.
กรมชลประทาน จับมือ วิศวะ จุฬาฯ ม.เกษตร และสถาบัน Deltares เนเธอร์แลนด์ เพิ่มศักยภาพชลประทานไทย สู่ความมั่นคงด้านน้ำระดับประเทศ
21 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน และประธานคณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางเทคนิค (Memorandum of Understanding on Knowledge to Knowledge: K2K) โดยมี นายอสิ ม้ามณี เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกรมชลประทาน นำโดย นายวัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายยงยส เนียมทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผนและโครงการ) นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายทรงพล สวยสม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สถานเอกอัครราชทูต ประจำกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
“MOU นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำในประเทศไทย โดยกรมชลประทาน มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานโยบายและโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับน้ำที่มีประสิทธิภาพ สอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต นอกจากนี้ เรายังเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร ผ่านโปรแกรม RID SWAMP ทั้งในด้านของแบบจำลองทางกายภาพ นวัตกรรม และงานวิจัยต่างๆ เพื่อนำกลับมาพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานต่อไป“ นายสุริยพล กล่าว
สำหรับพิธีลงนามฯครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบัน Stichting Deltares แห่งเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผลจากการหารือร่วมกันตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำ และเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ และด้านวิศวกรรมชลศาสตร์ ทั้งในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต






