
เดินทางด้วยรถยนต์ให้ปลอดภัย..เช็คช่วงล่างให้ชัวร์ : ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.50 น.
ย่างเข้าสู่เดือนเมษายนช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หลายคนเตรียมวางแผนการเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด หรือเตรียมตัวไปเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ การเดินทางไกลโดยรถยนต์เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย เป็นอันดับแรก การเตรียมความพร้อมทั้งตัวรถและผู้ขับขี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากไม่มีการวางแผนและปฏิบัติตามหลักการขับขี่ที่ถูกต้อง
ก่อนออกเดินทางผู้ใช้รถต้องมั่นใจว่า รถยนต์อยู่ในสภาพสมบูรณ์และปลอดภัย ไม่เพียงแค่การตรวจสอบพื้นฐานอย่างน้ำมันเครื่อง ยางรถ ระบบเบรก และไฟส่องสว่างแล้ว แต่ยังมีอีกหลายองค์ประกอบ ผู้ขับขี่เองก็ควรเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเรื่องของสภาพร่างกาย จิตใจ และการวางแผนเส้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมทาง ทั้งนี้นอกจากการตรวจเช็คสภาพพื้นฐานแล้ว สิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์ไม่ควรมองข้าม คือ ช่วงล่างของรถยนต์ เช่น ลูกหมาก ปีกนก โช้คอัพ และบูชยางต่างๆ เพราะมีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยและสมรรถนะของรถยนต์ หากชิ้นส่วนเหล่านี้เสื่อมสภาพ อาจส่งผลต่อการทรงตัว การยึดเกาะถนน และทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยไม่คาดคิด
รู้จักองค์ประกอบของช่วงล่างที่มักถูกมองข้าม
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายองค์ประกอบของช่วงล่างที่มักถูกมองข้ามและขาดการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจส่งผลต่อสมรรถนะและอายุการใช้งานของรถยนต์ได้เช่นกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ทุกเส้นทาง มาทำความรู้จักกับอะไหล่ช่วงล่างรถยนต์บางชนิดที่ถูกลืม หรือหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก
ข้อมูลจาก ชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทยที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใช้รถยนต์มักให้ความสำคัญกับการดูแลระบบช่วงล่าง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักที่ต้องบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น ยางรถยนต์ ระบบเบรก และโช๊คอัพ แต่ยังมีชิ้นส่วนช่วงล่างอื่นๆ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของรถยนต์ที่ไม่ควรมองข้าม และควรใส่ใจเช่นกัน อาทิ
- ยางรองแท่นเครื่อง (Engine Mounts): ยางรองแท่นเครื่องทำหน้าที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์และช่วยยึดเครื่องยนต์ให้มั่นคง หากยางรองแท่นเครื่องเสื่อมสภาพ จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการขับขี่และอาจทำให้ชิ้นส่วนอื่น ๆ ในเครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้นดังนั้น ควรเปลี่ยนทุก 60,000 – 100,000 กม. ขึ้นอยู่กับการใช้งาน หรือหากมีการสั่นสะเทือน หรือเสียงดังจากเครื่องยนต์ขณะเร่งเครื่อง หรือถ้ามีรอยแตกหรือการเสื่อมสภาพที่ชัดเจน
- บูช (Bushings): บูชในระบบช่วงล่างช่วยให้การเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนต่าง ๆ ราบรื่น โดยลดการเสียดสีและดูดซับแรงกระแทกและทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น หากบูชสึกหรอหรือแตกหัก อาจส่งผลให้เกิดเสียงดัง และส่งผลต่อการทรงตัวของรถ การควบคุมที่ไม่แม่นยำขณะขับขี่ ควรเปลี่ยนประมาณทุก 80,000 – 100,000 กม. หรือเมื่อสึกหรอ เช่น เมื่อมีเสียงดังผิดปกติจากช่วงล่างหรือรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่มั่นคง
- โช๊คอัพ (Shock Absorbers): โช๊คอัพเป็นส่วนสำคัญในการดูดซับแรงกระแทกจากถนน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางคนอาจมองข้ามการตรวจสอบประสิทธิภาพของโช๊คอัพ ซึ่งหากโช๊คอัพเสื่อมสภาพจะส่งผลให้การขับขี่ไม่มั่นคงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ ควรเปลี่ยนทุก 50,000 – 100,000 กม. ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการใช้งาน หรือหากมีการกระเด้งหรือการควบคุมที่ไม่ดีขณะขับขี่ หรือมีน้ำมันรั่วจากโช๊คอัพ
- ระบบพวงมาลัย (Steering Components): ชิ้นส่วนของระบบพวงมาลัย เช่น เพลาและบูชพวงมาลัยมักถูกมองข้าม แต่มีผลกระทบโดยตรงต่อการควบคุมรถ หากชิ้นส่วนเหล่านี้สึกหรอหรือมีปัญหา จะทำให้การควบคุมรถไม่แม่นยำและเพิ่มความเสี่ยงในการขับขี่ ควรตรวจเช็คข้อต่อพวงมาลัย ทุก70,000 – 100,000 กม. หรือเมื่อมีอาการผิดปกติหากมีการหลวม หรือลักษณะการหมุนพวงมาลัยไม่ปกติ
การไม่ใส่ใจในส่วนประกอบเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแต่จะมีผลต่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายในการขับขี่และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว ดังนั้นผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญในการตรวจเช็คและบำรุงรักษาชิ้นส่วนช่วงล่างเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ หรือเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น มีเสียงดังขณะขับขี่ รถสั่นสะเทือนผิดปกติ หรือพวงมาลัยเบี้ยว นอกจากนี้ การเลือกใช้ชิ้นส่วนอะไหล่ที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพสูงก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์จะมีสมรรถนะที่ดีและปลอดภัยต่อการใช้งาน
บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนาน โดยมุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนที่มีความทนทานและได้มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ทุกคน สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com
นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบดูแลสภาพรถยนต์ด้านอื่นๆก่อนเดินทางไกลในช่วงเทศกาลหยุดยาวนี้ด้วย เช่น ตรวจสอบยาง: ความดันลมยาง ควรเช็คและปรับความดันลมยางให้ถูกต้องตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ตรวจสอบดอกยาง ดูว่ามีการสึกหรอมากเกินไปหรือไม่ โดยใช้เหรียญหรือเครื่องมือวัดความลึกดอกยาง และที่สำคัญต้องเช็คสภาพยางสม่ำเสมอ เช็ครอยแตก, การบวม, หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำให้ยางเสียหาย, ตรวจสอบระบบเบรก: ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก และเปลี่ยนตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ที่สำคัญควร ตรวจสอบผ้าเบรก เช็คความหนาและสภาพของผ้าเบรกเพื่อป้องกันเสียงผิดปกติ หรือการสึกหรอที่ไม่สมบูรณ์, ตรวจสอบสปริง: เช็คความเสียหาย เช่น การเปลี่ยนรูปหรือการแตกของสปริง และควรทำความสะอาดจากสิ่งสกปรกเพื่อป้องกันการกัดกร่อน, ตรวจสอบการบาลานซ์ล้อ: การบาลานซ์ล้อ ควรทำการบาลานซ์ล้อเป็นระยะ เพื่อป้องกันการสึกหรอไม่สม่ำเสมอ, ตรวจสอบระบบขับเคลื่อน: ตรวจดูเพลาขับ เช็คว่ามีรอยแตก หรือสัญญาณการเสียหาย และน้ำมันหล่อลื่น ควรตรวจสอบระดับน้ำมันในระบบขับเคลื่อนและให้เติมตามความจำเป็น, ทำความสะอาดช่วงล่าง: ควรล้างโคลนและสิ่งสกปรก เพื่อลดการกัดกร่อนและช่วยให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น, การตรวจเช็คตามระยะ: ควรตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คช่วงล่างอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรือทุก 10,000-15,000 กม.