
‘ทนายปราบโกง’ร้อง กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครนายกเล็กเมืองโคราชอาจขาดคุณสมบัติ
วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.14 น.
“ทนายปราบโกง” ร้อง กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครนายกเล็กเมืองโคราช อาจขาดคุณสมบัติไม่มีสิทธิลงสมัครได้ ปมลุ้นฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ฯสั่งฟ้องผิด ม.157 หรือไม่วันที่ 20 พ.ค.นี้
วันที่ 9 เม.ย.68 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกฤษฎา อินทามระ หรือ ทนายปราบโกง ยื่นหนังสือร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ขณะนี้เสร็จสิ้นการรับสมัครและผู้สมัครได้รับหมายเลขไปแล้ว จึงมาแจ้งให้ กกต.ได้รับทราบและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเพื่อไม่ให้ผู้ที่มีประวัติเสื่อมเสียเข้าไปมีอำนาจบริหารองค์กร
นายกฤษฎา กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับหมายเลขผู้สมัครไปแล้วทำให้พบว่ามีผู้สมัครรายหนึ่งถูกฟ้องคดีต่อศาลในความผิด มาตรา 157 เกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นการกลั่นแกล้งผู้ประกอบการที่ไปดำเนินการอนุมัติอนุญาตในระหว่างการเป็นนายกเทศมนตรี เมื่อปี 2566 แม้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ได้ยกคำร้องและมีการยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง เพราะในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจรติและประพฤติมิชอบ ได้นัดฟังคำสั่งศาลในคดีอาญาที่ผู้สมัครรายนี้ตกเป็นจำเลย อาจทำให้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง
ดังนั้น หากปล่อยให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งและผู้สมัครรายนี้ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีแล้ว เมื่อถูกศาลมีคำสั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง ส่งผลให้ผู้สมัครรายนี้มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ก็อาจจะทำให้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลแห่งนี้มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สมัครรายนี้ก็จะได้รับหมายนัดของศาลแล้วย่อมรู้อยู่แล้วว่าตนอาจจะขาดคุณสมบัติหรืออาจมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง
นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า วันนี้ตนจึงต้องมายื่นหนังสือให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อรับทราบและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรายนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลัก พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 โดยเคร่งครัดต่อไป แต่หาก กกต.เห็นว่าไม่ขาดคุณสมบัติ ตนก็ไม่ขัดขวาง เพียงแต่ต้องการตรวจสอบให้เกิดความมั่นใจ เพราะหากศาลมีคำวินิจฉัยออกมาในทางลบ จะทำให้การเลือกตั้งเกิดความวุ่นวาย ยืนยันว่าการมายื่นเรื่องในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลำลายล้างหรือกลั่นแกล้ง หรือรับใบสั่งจากฝ่ายตรงข้ามมากลั่นแกล้ง
“หากเข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมายหรือป้องกันไม่ให้การเลือกตั้งขาดความสุจริต เที่ยงธรรม ผมก็มาใช้สิทธิตามมาตรา 56 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้มีความแค้นเคืองหรือทำไปเพื่อผลประโยชน์ใดๆ เลย ทำเพื่อให้ได้คนดีๆเข้าไปบริหารองค์กร ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต” นายกฤษฎา กล่าว