‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา

‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด  เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา

‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา ‘อิ๊งค์’เผยมะกันตอบรับแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันพูดคุย 10ชาติอาเซียนนัดหารือด่วน

นายกฯเผยไทยต่อคิวคุยสหรัฐ หลัง“ทรัมป์”เบรกกำแพงภาษี 90 วัน รับต้องเตรียมตัวทุกมิติ ระบุ“พิชัย”ยังไม่ได้กำหนดวันเจรจา ชี้ปมจับนักวิชาการ คดี ม.112 ต้องต่อรองแฟร์-แฟร์ขณะที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหารือทางไกลนัดพิเศษเตรียมออกแถลงการณ์ร่วม เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจกับสหรัฐ พร้อมตั้งคณะทำงานพิเศษ ASEAN Geoeconomics Task Force ติดตามนโยบายสหรัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมดึงโอกาสเศรษฐกิจใหม่เข้าอาเซียน รับมือมาตรการภาษี

เมื่อวันที่ 10เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศระงับมาตรการการเก็บกำแพงภาษีหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยออกไป 90 วัน ว่า ในเรื่องของเวลา ตนเข้าใจว่าหลาย ๆ ประเทศ ก็ต้องต่อคิวกันคุย เพราะมีเยอะ ซึ่งแพลนของเราเอง เราก็ต้องเตรียมให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราก็มองทุกมิติ และก็ค่อนข้างครบอยู่แล้ว เหลือเวลาที่เข้าไปคุย มากกว่า

เมื่อถามว่า นายพิชัย ชุนหวชิระ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มีกำหนดการเดินทางไป สหรัฐอเมริกาเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิว แต่เขาตอบรับกลับมาแล้วว่าจะให้นัด แต่วันที่ยังไม่ได้ลง

เมื่อถามว่า การที่แต่ละประเทศต่อคิวไปคุยกันกับการที่กลุ่มประเทศอาเซียนจับกลุ่ม แล้วเข้าไปคุยจะมีพลังมากกว่าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราจะทำทุกรูปแบบทุกอย่างที่จะช่วยทั้งเราและอาเซียนอะไรที่จับกับอาเซียนแล้วมีพลังกว่าก็ดี แต่เราก็ต้องทำประเทศของเราด้วย คิดว่าทุกประเทศก็ทำแบบนี้เช่นกัน

เมื่อถามว่า กรณีการที่มีการจับกุมนักวิชาการสหรัฐ ในคดี มาตรา112 จะทำให้การเจรจายากขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์เขาเปิดเจรจาด้วยความแฟร์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ต้องต่อรองกับด้วยความแฟร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกลับลำเมื่อวันพุธตามเวลาสหรัฐ หรือไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่มาตรการภาษีใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 11.01 น.วันที่ 9 เมษายนตามเวลาไทย การพักการขึ้นภาษีแก่ 75ประเทศ ที่จะเก็บกับสินค้านำเข้าของประเทศต่างๆอัตราร้อยละ11-50 คาดว่าเพื่อเปิดช่องยืดเวลาให้แก่การเจรจา แต่เขาได้ประกาศปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก จากร้อยละ104 เป็นร้อยละ125 เพิ่มการเผชิญหน้ากันระหว่าง2ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

ด้านทำเนียบขาวสหรัฐแถลงว่า การพักการใช้ภาษีใหม่จะไม่ครอบคลุมถึงเม็กซิโกและแคนาดาที่ถูกสหรัฐเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 25 ไปก่อนหน้านี้จากเรื่องผู้อพยพและเฟนทานิลที่ผู้นำสหรัฐอ้างว่าทั้ง 2 ประเทศนี้ปล่อยให้ทะลักเข้าสหรัฐ และจะไม่ครอบคลุมถึงภาษีนำเข้ายานยนต์ เหล็กและอลูมิเนียมที่บังคับใช้ไปก่อนหน้านี้ส่วนการจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้าทั่วไปในอัตราร้อยละ10% กับสินค้านำเข้าทั้งหมดของทุกประเทศมาตั้งแต่วันที่ 5เมษายนยังคงบังคับใช้ต่อไป

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 10 เม.ย. ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนนัดพิเศษ ผ่านระบบทางไกล กับรัฐมนตรีเศรษฐกิจจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และติมอร์-เลสเต เพื่อหารือแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียนในการรับมือกับนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ ที่ใช้มาตรการจัดเก็บภาษีแบบเพิ่มขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา แม้ว่า ล่าสุดสหรัฐฯ ได้ประกาศระงับการขึ้นภาษีแบบตอบโต้ เป็นการชั่วคราว 90 วัน ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในภูมิภาค ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานโลก และการดำเนินธุรกิจของเอกชน โดยเฉพาะ SMEs และเกษตรกรของอาเซียน

การประชุมครั้งนี้ อาเซียนมีมติจะออกถ้อยแถลงร่วมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อแสดงจุดยืนของอาเซียน ในฐานะ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน” กับสหรัฐฯ พร้อมเสนอการเจรจาเชิงสร้างสรรค์ ลดความขัดแย้งทางการค้า และหาทางออกที่สมดุลร่วมกัน ภายใต้กรอบ ASEAN-US Strategic Trade and Investment Partnership (STIP) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคงทางห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค โดยอาเซียนจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือในสาขาศักยภาพสูงกับสหรัฐฯ เช่น ดิจิทัลAI อาหาร พลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมขั้นสูง รถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ สุขภาพ โลจิสติกส์ รวมถึงเกษตรกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ภูมิภาค และย้ำถึงความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคี โดยอาเซียนจะไม่ตอบโต้ทางการค้าต่อสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะทำงานพิเศษ “ASEAN Geoeconomics Task Force” ทำหน้าที่ติดตาม ประเมิน และเสนอแนะนโยบายในการรับมือและใช้ประโยชน์จากทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับอาเซียน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือทั้งระดับรัฐและเอกชน

นายพิชัยกล่าวว่า ได้ติดต่อกับนายจามิสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ในเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน USTR ได้ตอบรับที่จะหารือกับไทยแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างนัดหมายวันประชุม เพื่อต่อยอดแนวทางความร่วมมือระหว่างไทย-สหรัฐฯ สำหรับประเทศที่แสดงความประสงค์เจรจาปรับสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้เตรียมหารือเชิงลึกกับสหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2567 แล้ว

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากจีน โดยมีมูลค่าการค้ารวมในปี 2567 ราว 476,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาเซียนส่งออกสินค้าสำคัญไปสหรัฐฯ 5 อันดับแรก คือ ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง รองเท้า เครื่องนุ่งห่มและเครื่องประดับเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร และนำเข้าจากสหรัฐฯ 5 อันดับแรก คือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องจักร วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และยานยนต์ ชิ้นส่วน และเครื่องยนต์

สำหรับการส่งออกของไทยนั้น สหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 โดยในปี 2567 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับสหรัฐฯ อยู่ที่ 74,484 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 54,956 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 19,528 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินดุลการค้ากว่า 35,427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Leave a comment