
‘เท้ง’สอนมวย‘อิ๊งค์’ ก่อนเสนอ กม.ต้องคุยให้ตกผลึก-คุมเสียงให้ได้
วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.42 น.
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประเมินถึงเสถียรภาพของรัฐบาลหลังสงกรานต์ ว่ายังคงเห็นการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งยังมีความเห็นที่แตกต่างกันค่อนข้างสูงในพรรคร่วมรัฐบาล ว่า สุดท้ายพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ต้องยอมถอย และถอนร่างกฎหมายออก ไม่ทันสมัยการประชุมนี้ ซึ่งเหตุผลที่ยอมถอยนั้น เป็นสิ่งที่พวกเราเห็นด้วย และสื่อสารมาโดยตลอดว่า ไม่อยากให้ดำเนินการเร่งรีบมากจนเกินไป อย่างน้อยในช่วงปิดสมัยการประชุมสภา รัฐบาลยังมีเวลาในการดำเนินการหลายเรื่อง อย่างแรกที่สุดคือ การเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้ครอบคลุมมากขึ้น ถัดมาคือหลักเกณฑ์การป้องกันการฟอกเงิน หรือ ธุรกรรมผิดกฎหมาย การทุจริตคอรัปชั่น และสุดท้ายคือ การคัดเลือกเอกชนที่จะเข้ามาทำโครงการ โดยสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ในช่วงที่ปิดสมัยการประชุมรัฐบาลก็ควรจะมีความชัดเจน รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการด้วย
เมื่อถามถึงท่าทีของ สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย สุดท้ายหากต้องนำกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาแล้วไม่เห็นด้วยอีก จะสะท้อนให้เห็นภาพพรรคร่วมแตกกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องไปคุยกันให้ตกผลึก โดยเฉพาะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องแสดงให้เห็นว่า สามารถควบคุมเสียงภายในพรรคร่วมรัฐบาลได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากจะเสนอร่างกฎหมายใดเข้ามาในสภาฯ ก็ได้ หรือเสนอเข้ามาโดยที่ภายในพรรคร่วมเองยังไม่ตกผลึก ซึ่งหากมีการดำเนินการแบบนี้ เชื่อว่าก็จะมีผลกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
ส่วนโอกาสที่จะยุบสภานั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงประเมินให้ไม่ได้ แต่การดำเนินการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ก็จะทำให้ประชาชนเห็นว่า มีเพียงพรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันพรรคเดียว แต่พรรคร่วมไม่เอา ก็เป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ทั้งนี้ หากจะมีการยุบสภาฯ หรือไม่ยุบ ก็คงอยู่ที่พรรคเพื่อไทย และตัวของนายกฯ ในฐานะแกนนำรัฐบาล