
16 เม.ย. 2568 05:12 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สี จิ้นผิง เริ่มการเยือนมาเลเซีย เพิ่มความร่วมมือท่ามกลางภาษีทรัมป์
สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เริ่มการเยือนมาเลเซียแล้ว เตรียมหารือกษัตริย์อิบราฮิม กับนายกฯ มาเลเซีย เรื่องความร่วมมือท่ามกลางกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งประเทศจีน เริ่มการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 15 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการจับจ้องจากทั่วโลก เนื่องจากจีนกำลังต่อสู้ในสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งมีทีท่าว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนที่อัตรา 145% จนทำให้ฝ่ายจีนตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ที่ 125% เมื่อสัปดาห์ก่อน นายสี จิ้นผิง ก็เริ่มการทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อผลักดันให้จีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มั่นคงกว่า สำหรับประเทศที่กำลังเผชิญมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์
ผู้นำจีนเดินทางถึงสนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันอังคาร โดยมีนาย อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียรอต้อนรับ โดยนายสีมีกำหนดการร่วมงานเลี้ยงรับรองที่พระราชวังหลวงในช่วงเช้าวันพุธ ก่อนจะเริ่มการหารือกับนายอันวาร์ ที่กรุงปุตราจายา อันเป็นศูนย์กลางการปกครองแห่งใหม่ของมาเลเซีย
กระทรวงต่างประเทศมาเลเซียเผยว่า นายสีกับนายอันวาร์เป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลงระดับทวิภาคีหลายฉบับ
ขณะที่นายสี จิ้นผิง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาตั้งตารอที่จะสานสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีนกับมาเลเซียให้ลึกล้ำขึ้นไปอีก และเขาจะมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกในการหารือกับสมเด็จพระราชาธิบดี สุลต่าน อิบราฮิม และนายอันวาร์ ในวันพุธนี้ ซึ่ง “ด้วยความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย การเยือนครั้งนี้จะบรรลุผลลัพธ์มากมายแน่นอน”
นอกจากนั้น นายสียังระบุในบทความของหนังสือพิมพ์ “เดอะ สตาร์” ของมาเลเซีย ด้วยว่า “จีนจะทำงานร่วมกับมาเลเซีย เพื่อต่อสู้กับความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลกและการเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธ รวมถึงทวนกระแสแนวคิดเอกภาคนิยม (unilateralism) และการคุ้มครองทางการค้า (protectionism)”
“เราต้องค้ำจุนระบบกับระเบียบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมการบริหารโลกอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมมากขึ้น”
อนึ่ง การเยือนเวียดนามของนายสีก่อนหน้านี้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เมื่อเขาระบุในแถลงการณ์ร่วมว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันต่อต้านนโยบายการใช้อิทธิพลครอบงำ และจะร่วมกันต่อต้านลัทธิเอกภาคนิยมในทุกรูปแบบ ทั้งสองประเทศยังตกลงที่จะรักษาการค้าแบบเปิดกว้าง โปร่งใส และไม่แบ่งแยกโดยมีองค์การการค้าโลกเป็นแกนกลาง
แถลงการณ์ร่วมระหว่างผู้นำจีนกับเวียดนามดังกล่าว ไม่ได้ระบุชื่อของสหรัฐฯ หรือโดนัลด์ ทรัมป์ แต่อย่างใด
นอกจากแถลงการณ์ดังกล่าวแล้ว จีนกับเวียดนามยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือถึง 45 ฉบับ รวมถึงความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การลาดตระเวนทางทะเลร่วมกัน และการพัฒนาทางรถไฟ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna