‘MARK’ วง ‘NCT’ กับอัลบั้มชุดแรก ‘The Firstfruit’ ที่ตามติดการเดินทางของเขา

‘MARK’ วง ‘NCT’ กับอัลบั้มชุดแรก ‘The Firstfruit’ ที่ตามติดการเดินทางของเขา

‘MARK’ วง ‘NCT’ กับอัลบั้มชุดแรก ‘The Firstfruit’ ที่ตามติดการเดินทางของเขา

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

MARK (มาร์ค) วง NCT (เอ็นซีที) ประสบความสำเร็จกับการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก The Firstfruit’ (เดอะ เฟิสต์ฟรุต) ซึ่งหลังจากปล่อยเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา แฟนเพลงทั่วโลกก็ให้ความสนใจและความรักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการครองอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums กว่า 17 ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ตลอดจนการติดอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มและชาร์ตเพลงออนไลน์ในประเทศเกาหลีใต้, อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music ประเทศจีน, อันดับ 1 บนชาร์ต Real-time rising ของ AWA ประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

อัลบั้มเดี่ยวชุดแรก The Firstfruit’ (เดอะ เฟิสต์ฟรุต) ได้รับแรงบันดาลใจจาก 4 เมืองที่เป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของ MARK (มาร์ค) ได้แก่ โตรอนโต บ้านเกิด, นิวยอร์ก เมืองแรกที่ย้ายไปอยู่, แวนคูเวอร์ เมืองที่ใช้ชีวิตในช่วงวัยเรียน และกรุงโซล เมืองที่ได้สานฝันในฐานะศิลปิน โดยอัลบั้มนี้ประกอบด้วยทั้งหมด 13 เพลง ซึ่ง MARK (มาร์ค) มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ทุกเพลง โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนตามอารมณ์และบรรยากาศที่เขารู้สึกในแต่ละเมือง อีกทั้งความสมบูรณ์แบบของอัลบั้มนี้ยังสูงขึ้นด้วยการมีส่วนร่วมของหลายท่าน อาทิ คุณแม่ของ MARK (มาร์ค)HAECHAN (แฮชาน) วง NCT (เอ็นซีที), CODE KUNST (โค้ด คุนส์)Crush (ครัช)LEE YOUNG JI (อี ยองจี) เรียกได้ว่า ผลงานนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการเดินทางทางดนตรีของ MARK (มาร์ค) ตั้งแต่ปีที่เขาเกิดในปี 1999, การเป็นสมาชิกของ NCT (เอ็นซีที) ไปจนถึงปัจจุบันที่ได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว นับเป็นผลอันล้ำค่าที่ในที่สุดก็ออกผล เหมือนกับชื่อ The Firstfruit’ (เดอะ เฟิสต์ฟรุต) อัลบั้มที่มาจากความพยายามและความท้าทายอย่างต่อเนื่องของเขา

ส่วนแรกของอัลบั้มอย่าง โตรอนโต เกี่ยวกับบรรยากาศที่อบอุ่นและร่าเริงในบ้านเกิดของ MARK (มาร์ค) และปี 1999 ปีที่เขาเกิด ซึ่งเพลง ‘Toronto’s Window’ (โตรอนโต วินโดว์) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางนั้น บอกเล่าถึงการมองย้อนกลับไปยังชีวิตที่ผ่านมาของ MARK (มาร์ค) และคุณค่าของอัลบั้มนี้ที่มีต่อเขา สำหรับเพลงไตเติล 1999’ (ไนน์ทีนไนน์ตี้ไนน์) เป็นเพลงแนวป็อปที่ผสมผสานการเรียบเรียงดนตรีของวงออเคสตราสุดอลังการเข้ากับเสียงเครื่องดนตรีต่าง ๆ เช่น เสียงกีตาร์ฟังก์ เครื่องเป่าทองเหลือง และเสียงผิวปาก ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่าเริงสดใส โดยผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์อันแปลกใหม่ที่ MARK (มาร์ค) ไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน ผ่านการร้องเพลงอย่างอิสระที่สลับไปมาระหว่างการแรปแบบกระชับกับเสียงสูง เนื้อเพลงสื่อถึงความหมายของความสุข ณ ช่วงเวลานี้ที่ออกผลแรกเป็นอัลบั้มเดี่ยว ราวกับว่ากำลังย้อนเวลากลับไปในปี 1999 ซึ่งเป็นปีเกิดของ MARK (มาร์ค) และยังสื่อถึงความมุ่งมั่นที่จะกลายเป็นศิลปินแห่งปลายศตวรรษ เหมือนที่เขาเกิดในปีสุดท้ายของศตวรรษ โดยเขาได้แต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเองเพื่อถ่ายทอดความคิดที่ตรงไปตรงมา

ส่วนที่สองของอัลบั้มอย่าง นิวยอร์ก แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกหนักหน่วงและไม่มั่นคงของการย้ายที่อยู่ครั้งแรกผ่านฮิปฮอป โดยจะมีเพลงสั้น ‘Flight to NYC’ (ไฟล์ท ทู นิวยอร์กซิตี้) เกี่ยวกับความรู้สึกบนเครื่องบินที่ออกจากบ้านเกิดโตรอนโตไปยังนิวยอร์ก, เพลงฮิปฮอปทรงพลัง Righteous’ (ไรเชิส) สื่อถึงตัวตนในฐานะศิลปินที่เดินทางไปทั่วโลก และเพลง 프락치 (Fraktsiya) (Feat. LEE YOUNG JI)’ (ฟราคชี) ที่เปรียบเทียบถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของเขาในวงการเค-ป็อปและฮิปฮอป

ส่วนที่สามของอัลบั้มอย่าง แวนคูเวอร์ นำเสนอดนตรีที่ฟังง่ายโดยอิงจากความทรงจำอันอบอุ่นของเมืองที่รักดั่งบ้านเกิด ทั้งเพลงป็อป Raincouver’ (เรนคูเวอร์) ที่ให้ความรู้สึกคิดถึงตัวตนอันไร้เดียงสาในอดีตขณะมองหยดน้ำฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า, เพลงที่มีบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ ‘Loser’ (ลูเซอร์) ถ่ายทอดความรู้สึกอันละเอียดอ่อนและอารมณ์ที่จริงใจผ่านเนื้อเพลงที่สะท้อนความทรงจำและบาดแผลของความรัก และเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง R&B ในยุค 90 อย่าง ‘Watching TV (Feat. Crush)’ (วอตชิง ทีวี) เนื้อเพลงจะเล่าเรื่องราวราวกับ MARK (มาร์ค) กลายเป็นนักเขียนบทที่กำลังเขียนบทภาพยนตร์อยู่

ส่วนที่สี่ของอัลบั้มอย่าง โซล ถ่ายทอดอย่างสดใสเกี่ยวกับปัจจุบัน ที่ความฝันในการเป็นป็อปสตาร์กำลังกลายเป็นความจริง โดยจะมีเพลง ‘+82 Pressin’ (Feat. HAECHAN)’ (+พารี เพรสซิน) พูดถึงความมั่นใจของ MARK (มาร์ค) และ HAECHAN (แฮชาน) ที่ทำกิจกรรมโปรโมตในโซลเป็นหลัก, เพลง ‘200’ (อีแบค) สื่อถึงความหมายของความรักที่คนสองคนทำให้กันและกันเปล่งประกายมากขึ้น, เพลง Journey Mercies’ (เจอร์นีย์ เมอร์ซีส์) มองย้อนวันวานยามสิ้นสุดการเดินทางอันยาวนาน, Mom’s Interlude’ (มัม อินเทอร์ลูด) เพลงที่คุณแม่ของ MARK (มาร์ค) บรรเลงเปียโนด้วยตัวเองนั้นจะมีบทสนทนาสุดอบอุ่นระหว่างคุณแม่และลูกชายอย่าง MARK (มาร์ค) ปิดท้ายอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกด้วยเพลง Too Much’ (ทู มัช) ที่มีข้อความว่า ความรักที่ได้รับคือ พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คอยหล่อเลี้ยงเราอยู่เสมอ

Leave a comment