
‘เอกราช’อ่วม คุก5ปี93เดือนคดีโกงสหกรณ์ครู วาง3ล้านได้ประกัน/‘ภท.’จ่อขับ
วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.
‘เอกราช’อ่วม คุก5ปี93เดือนคดีโกงสหกรณ์ครู วาง3ล้านได้ประกัน/‘ภท.’จ่อขับ
ศาลจังหวัดขอนแก่น สั่งจำคุก “เอกราช ช่างเหลา” 5 ปี 93 เดือน คดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น พร้อมให้ชดใช้เงินทั้งหมด ทนายความเร่งยื่นประกันตัว ให้ประกันตัววงเงิน3ล้านบาท ห้ามออกนอกประเทศ
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 17เมษายน2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีเลขดำที่ อ258/2564และคดีเลขแดงที่ อ1148/2566 ระหว่างพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น ฝ่ายโจทก์ กับนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ฝ่ายจำเลย ในข้อกล่าวหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ ,ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์และร่วมกันใช้เอกสารปลอม จากกรณีการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น โดยเมื่อถึงเวลานัดหมาย นายเอกราช ช่างเหลา พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลด้วยสีหน้าท่าทางปกติ โดยได้ทักทายกับสื่อมวลชนก่อนที่จะเดินขึ้นศาลเพื่อเข้ารับฟังคำพิพากษาที่บัลลังก์ 6 ชั้น 3 ทันที ขณะที่ฝ่ายโจทก์โดยพนักงานอัยการจังหวัดและทีมทนายความและฝ่ายบริหารของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาเช่นกัน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งยังคงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ ในเขตอำนาจศาลแต่อย่างใด
โดยศาลได้อ่านคำพิพากษานานกว่า 1 ชม.ก่อนจะมีคำพิพากษาว่าจำเลยได้ร่วมกันทำกระทำผิดตาม ม.91 ฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์ ทั้งหมด 5 กระทง ตัดสินจำคุกกระทงละ 3ปี แต่จะเลยให้การรับสารภาพให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือกระทงละ 1 ปี 6 เดือนรวม 5 ปี 30 เดือน และกระทำผิดตามและความผิดตามมาตร 268 ฐานร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร 21 กระทง ตัดสินจำคุกกระทงละ 6 เดือน โดยจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงเหลือกระทงละ 3 เดือน รวม 63 เดือน รวมพิพากษา 5 ปี 93 เดือน
ขณะที่เงินที่ยักยอกไปกว่า 405 ล้านบาทนั้นจำเลยได้ชดใช้มาแล้วเพื่อบรรเทาเหตุ ประกอบด้วย วันที่ 19 ต.ค.2565 รวม 10.5 ล้านบาท, วันที่ 27 ธ.ค.2565 รวม 40 ล้านบาท , วันที่ 28 ธ.ค.2566 รวม 10 ล้านบาทและ วันที่ 26 มี.ค.2567 รวม 40 ล้านบาท โดยให้เงินที่ผ่อนชำระมานั้นนำมาหักเงินต้นและให้จำเลยชำระให้หมด สำหรับการที่โจทย์ยื่นขอออกหมายจับ จำเลยจากเหตุการณ์การละเมิดคำสั่ง ในการนัดฟังคำพิพากษาที่ผ่านมาและจำเลยขอเลื่อนและอ้างว่าป่วยแต่กลับพบว่าไปประชุมสภาฯและลงพื้นที่ร่วมกับคณะรัฐมนตรีฯ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องแต่กำชับให้จำเลยมาพบศาลตามนัดหมายทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาจำคุก ตำรวจศาลได้ทำการควบคุมตัวนายเอกราชไปไว้ที่ห้องคุมขังบริเวณชั้นล่างศาลทันที ขณะที่ทีมทนายความอยู่ในระหว่างการประกันตัว ต่อมา ศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายเอกราช ด้วยหลักประกันเงินสด 3ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แจ้งกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อทราบ
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า นายเอกราช ไม่ได้มาทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยมาเกือบปีแล้ว และขณะนี้ก็เห็น นายเอกราชไปดำเนินการทางการเมืองในทางของเขา
“ผมในฐานะที่เป็นเพื่อน สส.ด้วยกันก็เห็นใจ ขอส่งกำลังใจให้ แต่ในเรื่องการดำเนินการของกฎหมายมีแนวทางอยู่และทางพรรคภูมิใจไทยเอง ในการประชุมหารือระหว่างกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรค ที่จะมีการพูดคุยกันเรื่องที่จะเชิญ นายเอกราช ออกจากพรรค เพื่อที่จะได้มีอิสระในการทำการเมืองหาก นายเอกราช ต้องคำพิพากษาแล้วแต่ยังไม่ถึงที่สุด เราก็มองว่าน่าจะยังสามารถให้ นายเอกราช ออกจากพรรคได้ เพื่อให้ไปสังกัดพรรคใหม่ ตามความประสงค์ของ นายเอกราช ซึ่งอะไรที่ทำได้ เพื่อให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่าย ก็พร้อมที่จะทำ” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว