
ลดนายพลเริ่มเห็นผลปี71 รมช.กลาโหมแจงกองทัพปรับตัวตามบริบทโลก
วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.36 น.
รมช.กลาโหมย้ำ กองทัพเดินหน้าปฏิรูปปรับตัวตลอด แต่ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่ทำตามกระแส ทั้งประเด็นลดจำนวนนายพลที่ปี 2571 จะเริ่มเห็นชัด ขณะที่การเกณฑ์ทหารยังจำเป็น ชี้หากไม่มี เกิดสงครามขึ้น จะเตรียมกำลังไม่ทัน
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี นำเสนอร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนกลาโหม พ.ศ. …. ในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 29 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) เป็นพิเศษ วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568
โดยช่วงหนึ่ง พลเอก ณัฐพล ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาถึงประเด็นการลดจำนวนนายพลในกองทัพ โดยอธิบายถึงสาเหตุที่กำลังพลในกองทัพในปัจจุบันถูกมองว่ามีจำนวนมากนั้น ส่วนสำคัญ คือ ความจำเป็นในการต่อสู้เอาชนะลัทธิคอมมิวนิสต์ในอดีต โดยการสู้รบดังกล่าวกองทัพมีการสูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งผลิตนายทหารเข้าสู่กองทัพ เพื่อปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง และกำลังพลเหล่านั้น ส่วนที่ยังรอดชีวิตอยู่ในวันนี้ ก็ได้เจริญเติบโตในหน้าที่การงานและทำงานเพื่อประเทศชาติ-ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และจะทยอยเกษียณจนถึงปี 2571 ก็จะเห็นการปรับลดจำนวนนายพลลงตามลำดับอย่างชัดเจน
และ พลเอก ณัฐพล ยังได้กล่าวถึงการปรับตัวของกองทัพไทย ว่า เป็นไปตามบริบทโลก ภัยคุกคาม และงบประมาณของประเทศ รวมทั้งการปรับลดกำลังพลต่าง ๆ ควรเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เป็นการทำตามกระแส เพื่อให้กองทัพสามารถปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนเรื่อง การยกเลิกการเกณฑ์ทหารนั้น ยังคงไม่มีหลักประกันได้ ว่า ในแต่ละปีจะมีผู้สมัครใจได้ครบ 100% ซึ่งหากการสมัครใจไม่ครบ ก็ต้องมีระบบเกณฑ์รองรับ เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจตามกฎหมาย
และถ้ายกเลิก “กฎหมายเกณฑ์ทหาร” ไปแล้ว หากเกิดสงคราม ประเทศต้องการคนไปรบ-ที่ต้องพร้อมรบ ก็ไม่มีกฎหมายรองรับ และไม่เคยฝึกมาก่อน ก็จะส่งผลเสียหายต่อการป้องกันประเทศ
หรือถ้าเกิดสงคราม และเราไม่มีกฎหมายเกณฑ์ทหาร หรือทหารสมัครใจไม่พอ… ก็คงต้องไปดึง นักศึกษาวิชาทหาร ทหารกองหนุน (อดีตทหารเกณฑ์-ทหารเกษียณ) มาทำการรบ ปัญหา คือ จะพร้อมรบหรือไม่ ฝึกทบทวนทันหรือไม่