
รู้เท่าทัน ‘ผดร้อนในทารก’ อาการที่ไม่ควรมองข้ามในหน้าร้อน
วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.
“ผดร้อน” หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการแพทย์ว่า Heat Rash หรือ Prickly Heat เป็นปัญหาทางผิวหนังที่พบได้บ่อยในเด็กทารก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนหรือในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและมีความชื้นสูง
ผดร้อนในทารกคืออะไร?
แพทย์หญิง วณิชชา สุ่มศรีสุวรรณ กุมารแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลว่า ผดร้อนเกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง เนื่องจากผิวของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดผื่นหรือผดบริเวณผิวหนังที่มีเหงื่อสะสม
อาการที่พบบ่อย ผื่นหรือตุ่มเล็ก ๆ สีแดงหรือตุ่มใส มักขึ้นตามบริเวณที่อับชื้น เช่น คอ รักแร้ หลัง ขาหนีบ และหน้าผาก เด็กอาจมีอาการคัน ระคายเคือง หงุดหงิด หรือร้องไห้ง่ายกว่าปกติ
การดูแลและป้องกันผดร้อนในทารก
การป้องกันและดูแลผดร้อนสามารถทำได้ง่ายด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ 1. อาบน้ำให้บุตรหลานอย่างสม่ำเสมอ
ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำอุ่น และหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีน้ำหอมหรือสารเคมีรุนแรง 2. เลือกเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย เสื้อผ้าฝ้ายบางเบาที่สามารถระบายอากาศได้ดีจะช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ควรหลีกเลี่ยงผ้าไนลอนหรือวัสดุที่ไม่ระบายอากาศ 3. อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดีหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ร้อนหรืออับชื้น ควรใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในห้อง 4. งดการใช้แป้งเย็นหรือครีมที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์แม้บางผลิตภัณฑ์จะช่วยให้เย็นสบายในระยะสั้น แต่อาจทำให้รูขุมขนอุดตันและระคายเคืองผิวเพิ่มขึ้นได้
ควรพบแพทย์เมื่อใด
แม้ผดร้อนส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่ในบางกรณีอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที คือ ผื่นมีลักษณะเป็นหนอง บวม แดง หรือมีอาการอักเสบเด็กมีไข้หรือร้องไห้ไม่หยุด อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วันหลังได้รับการดูแลเบื้องต้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผดร้อนในทารกแม้ไม่ใช่ภาวะร้ายแรง แต่หากละเลยอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือความไม่สบายตัวในเด็กได้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังลูกน้อยอยู่เสมอ หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม