‘กกต.’ยันไม่เกิน 60 วัน ส่งสำนวนฟ้อง‘หมอเกศ’ถึงศาลฎีกา ยันเลือก‘สว.’ทำตามกฎหมาย

‘กกต.’ยันไม่เกิน 60 วัน ส่งสำนวนฟ้อง‘หมอเกศ’ถึงศาลฎีกา ยันเลือก‘สว.’ทำตามกฎหมาย

‘กกต.’ยันไม่เกิน 60 วัน ส่งสำนวนฟ้อง‘หมอเกศ’ถึงศาลฎีกา ยันเลือก‘สว.’ทำตามกฎหมาย

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.11 น.

‘อิทธิพร’เผยหลัง‘กกต.’มีมติยื่นฟ้อง‘หมอเกศ’ ไม่เกิน 60 วันทำสำนวนถึงศาลฎีกา ฐานหลอกลวงให้เชื่อในคุณสมบัติของตัวเอง แจงคดี‘ฮั้ว สว.’มีความคืบหน้าเรื่อยๆ ยกการสอบประเด็นสมคบจะต้องสอบทุกคน ยันวิธีการเลือกทำตามกฎหมายแล้ว

2 พฤษภาคม 2568 ที่ จ.สมุทรปราการ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงมติเสียงข้างมากของที่ประชุม กกต. ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งและสิทธิการเลือกตั้ง และให้ดำเนินคดีอาญาต่อ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะผู้ถูกร้อง ด้วยสาเหตุเชื่อว่ามีการกระทำเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการเลือก สว.มาตรา 77 (4) คือการหลอกลวงหรือการจูงใจ ให้ผู้อื่นเชื่อว่าเชื่อในคุณสมบัติความรู้ความเชี่ยวชาญชื่อเสียงเกียรติยศ

ส่วนกระบวนการส่งนั้นจะมีกระบวนการดำเนินการหลังจากนี้ ซึ่งหลังจากที่มีมติในวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการทำคำวินิจฉัย ซึ่งมีทั้งหมด 6 ประเด็นอาจต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งกำหนดกรอบการทำคำวินิจฉัย 60 วัน เชื่อว่าไม่น่าจะเกินนี้ โดยชี้แจงเหตุผลการทำคำวินิจฉัยเพื่อใช้ประกอบการยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อยื่นไปแล้วศาลจะใช้เวลาพิจารณาตามกระบวนการของศาล

นายอิทธิพร ยังกล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เริ่มจำลองเหตุการณ์เพื่อประกอบสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ตามกระบวนการการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ซึ่งต่างก็มีคณะทำงานสืบสวนของแต่ละหน่วยงาน โดยคณะทำงานสอบสวนใน กกต.ก็มีโครงสร้างที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมด้วย พร้อมชี้ว่าการบูรณาการงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์

ในการสอบสวนของ กกต. จะมุ่งเน้นในประเด็นที่ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หรือไม่ ส่วนการสอบของดีเอสไอ เป็นการสอบสวนว่ามีการกระทำผิดกฎหมายอื่นที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต. หรือไม่

นายอิทธิพร กล่าวว่า การดำเนินการสอบสวนของ กกต. มีความคืบหน้าเรื่อยๆ ที่คณะเจ้าหน้าที่สืบสวนไต่สวนจะมีกรอบเวลาดำเนินการ และเหตุที่ต้องใช้เวลาเป็นเพราะว่า ต้องสอบพยานจำนวนมาก การที่มองว่าสมคบกันร่วมมือกันเป็นกลุ่ม ในการสอบนั้นจะต้องสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพราะเรื่องนี้เป็นการดำเนินคดีความยุติธรรมที่มีโทษทางอาญา จะด่วนสรุปโดยปราศจากพยานหลักฐานที่ชัดเจนไม่ได้ ทำให้ต้องใช้เวลาอยู่บ้างแต่ก็มีความคืบหน้าไปตามลำดับ และไม่สามารถแทรกแซงได้

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากท้ายที่สุดในการดำเนินคดีอาจทำให้การเลือก สว. เป็นโมฆะ นายอิทธิพร กล่าวว่า พยายามจัดกระบวนการเลือกอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย และถกในที่ประชุมเยอะมาก และต้องตัดสินใจดำเนินการ และวิธีการนั้นเป็นวิธีการที่ กกต. เห็นว่าเป็นไปตามกฎหมายแล้ว หากหลังจากนั้น มีจุดใดที่ขั้นตอนกลไกอื่นเห็นว่าไม่ถูกต้องก็เป็นเรื่องของกระบวนการนั้น

Leave a comment