
‘พด’ รุกขยายความสำเร็จด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการชะล้างบนพื้นที่เกษตรกรรม ในโครงการ ‘บ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยฟ้าห่มปก’
วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยฟ้าห่มปก ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นับเป็นอีกโครงการสำคัญ ที่กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปดำเนินการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่การเกษตรอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายผลความสำเร็จผลักดันให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่สูงยังชุมชนพื้นที่สูงอื่นๆ ในประเทศต่อไป
ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้ประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรรม มีผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ จากเมื่อก่อนพื้นที่ดังกล่าวนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว และมักใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่จึงได้เข้ามาแนะนำการปรับปรุงดิน โดยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำเป็นปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้กับพืชที่เกษตรกรปลูกจึงทำให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้เข้าดำเนินการพัฒนาพื้นที่โดยทำขั้นบันไดดินและปลูกหญ้าแฝก เพื่อช่วยแก้ปัญหาดินสไลด์บนพื้นที่เกษตรกรรมของเกษตรกร และได้สร้างฝายชะลอน้ำเพื่อกักเก็บน้ำทำให้ดินชุ่มชื้น พร้อมทั้งให้ความรู้การอนุรักษ์ดินและน้ำแก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอจนเกษตรกรมีองค์ความรู้ด้านการปลูกพืช ดูแลดิน ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี และหันมาใช้เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน จนทำให้ชีวิตเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น
ด้าน นายนิลภัทร คงพ่วง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินงานว่า จะเน้นส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำขั้นบันไดดิน และปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าดินพังทลาย โดยส่งเสริมการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ อาทิ การสร้างคูเบนน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมู การสร้างขั้นบันไดดินแบบไม่ต่อเนื่อง การสร้างขั้นบันไดดินแบบต่อเนื่อง การทำทางลำเลียงในไร่นา การทำฝายชะลอน้ำแบบกระสอบปูนทราย การปรับระดับพื้นที่นา และการสร้างถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความจุ 45 ลูกบาศก์เมตรในพื้นที่เกษตรกร ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน
