ฝนถล่มไม่กระทบ‘เลือกตั้งเทศบาล68’ กกต.เร่งสอบซื้อเสียง‘กาฬสินธุ์’หัวละ 3 พันบาท

ฝนถล่มไม่กระทบ‘เลือกตั้งเทศบาล68’ กกต.เร่งสอบซื้อเสียง‘กาฬสินธุ์’หัวละ 3 พันบาท

ฝนถล่มไม่กระทบ‘เลือกตั้งเทศบาล68’ กกต.เร่งสอบซื้อเสียง‘กาฬสินธุ์’หัวละ 3 พันบาท

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

ฝนถล่มไม่กระทบ! ‘กกต.’แถลงเปิดได้ทุกหน่วย‘เลือกตั้งเทศบาล68’ สั่งชุดไต่สวนลงพื้นที่ตรวจสอบปม‘ซื้อเสียง’ที่กาฬสินธุ์หัวละ 3,000 บาท เตือน 10 ข้อ ห้ามทำผิดเลือกตั้ง ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ตัดสิทธิ์การเมือง

11 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.ท.ระพีพงษ์ จิรพัฒนาลักษณ์ รองเลขาธิการกกต. แถลงข่าวการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ประเด็น “สถานการณ์การเปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีทั่วประเทศ” ซึ่งจากการตรวจสอบสถานการณ์เกี่ยวกับการเปิดหน่วยลงคะแนน 76 จังหวัดจำนวน 34,818 หน่วย จากจำนวนเทศบาลที่มีการเลือกตั้ง 2,463 แห่งทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพ มหานคร ได้รับรายงานจาก กกต. จังหวัดว่าการเปิดเหตุเลือกตั้งทั่วประเทศดำเนินการเปิดหีบได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เรียบร้อยครบทุกแห่ง แม้ว่าบางแห่งจะมีพายุฝนฟ้าคะนองตั้งแต่เมื่อวาน(10พ.ค.) แต่วันนี้สามารถเปิดหน่วยให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเข้าไปลงคะแนนได้ตามปกติ

นอกจากการเลือกตั้งเทศบาลในทุกจังหวัดแล้ว บางจังหวัดนอกเขตเทศบาลยังมีการเลือกตั้งซ่อม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในบางแห่งหลายพื้นที่ โดยไม่ได้ซ้ำซ้อนกัน ส่วนอบต. อื่นๆที่มีการเลือกตั้งก็มีอยู่นอกเทศบาลซึ่งเป็นปกติในวันอาทิตย์ที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่างในบางจังหวัด ที่มีการดำเนินการพร้อมกัน

สำหรับจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ หน่วยเลือกตั้ง 34,818 หน่วย ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งสิ้น 29,936,705 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่าประมาณการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนครึ่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งเป็นเขตชุมชนขนาดใหญ่ ในการเลือกตั้งครั้ง อบต.กว่า 5,000 แห่งผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็จำนวนใกล้เคียงกัน

ข้อควรระวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง

1.ห้ามผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งพยายามออกเสียงลงคะแบนหรือออกเสียงคะแนน ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

2.ห้ามใช้บัตรอื่นแทนบัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ฝ่าฝืนจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

3.ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกจากที่เลือกตั้ง ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

4.ห้ามทำเครื่องหมายอื่นบนบัตรเลือกตั้งนอกจากเครื่องหมายที่ลงคะแนน ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

5.ห้ามใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพในคูหาเลือกตั้งโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6.ห้ามนำบัตรเลือกตั้งใส่ในหีบบัตรเลือกตั้งโดยไม่มีอำนาจ หรือปลอมรายชื่อ / เพิ่มจำนวนบัตร ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

7.ห้ามแสดงบัตรที่ลงคะแนนแล้วให้ผู้อื่นทราบว่าเลือกใคร ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

8.ห้ามรับเงินหรือผลประโยชน์เพื่อเลือกหรืองดเลือกผู้สมัครผู้ใด ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นว่า หากแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนถูกจับ จะไม่ต้องรับโทษและไม่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

9.ห้ามทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดโดยเจตนา ฝ่าฝืนมีโทษ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท (ไม่ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์)

10. ห้ามทำบัตรบัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือทำบัตรเสียให้ใช้ได้ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

เมื่อถามถึงการซื้อเสียง หัวละ 3,000 บาทที่จังหวัดกาฬสินธุ์ รองเลขาธิการกกต. กล่าวว่า สำนักงานได้รับข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์รายงานเบื้องต้นเข้ามา ปรากฏภาพตามสื่อที่มีการเผยแพร่เรื่องของการแจกเงิน และจากการตรวจสอบไปที่สำนักงานการเลือกตั้งกาฬสินธุ์แล้วว่าได้ส่งชุดสืบสวนไต่สวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นผู้ใดที่นำเงินมาแจกและผู้ใดได้รับไป และได้ให้ชุดสืบสวนและชุดหาข่าวลงพื้นที่เพื่อดำเนินการ หากมีความปรากฏก็จะมีการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตเทศบาลทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานครออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งซึ่งถือเป็นการแสดงพลังของประชาชน เพื่อกำหนดการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองเป็นหลักฐานสำคัญของประชาธิปไตยที่ยั่งยืน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ให้สุจริตและเที่ยงธรรม ชอบด้วยกฎหมาย เชิญชวนประชาชนติดตามการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งในช่องทางต่างๆ หรือสอบถามสายด่วน 1444

Leave a comment