
‘ภูมิธรรม’ถึงเยอรมนี ร่วมประชุม UN จับตาเจรจา’เครื่องยนต์เรือดำน้ำ’หรือไม่
วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 (ตามเวลาท้องถิ่น) กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.อ.ธัชชัย อัจฉริยาการุณที่ปรึกษา รมว.กห.และคณะ เดินทางถึงกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติการรักษาสันติภาพภายใต้กรอบสหประชาชาติ ครั้งที่ 6 (United Nations Peacekeeping Ministerial : UNPKM 2025) ระหว่างวันที่ 13 – 14 พ.ค.68
การประชุมนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 80 ปี UN และ 1 ทศวรรษการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยการรักษาสันติภาพ ไทยย้ำแนวคิดสันติภาพที่ยั่งยืน โดยเน้นความยืดหยุ่น การมีส่วนร่วม (โดยเฉพาะสตรี) และทรัพยากรที่เพียงพอ เพื่อให้ภารกิจรักษาสันติภาพตอบสนองต่อสถานการณ์โลกได้ทันท่วงที
การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการรักษาสันติภาพในอนาคต (Future of Peacekeeping) รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือ การฝึกอบรม และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติภารกิจ โดยไทยได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนีและเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะร่วมกับผู้แทนจากนานาประเทศ
ในวันที่ 13 พ.ค.68 เวลา 10.25 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเยอรมนี ที่กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี (ห้อง Stesemann-Zimmer) โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงในภูมิภาค และบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมระดับสูง ที่ห้อง Weltsaal กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ซึ่งประกอบด้วยการหารือในหัวข้อ “การรักษาสันติภาพในอนาคต” (Future of Peacekeeping) และตามหัวข้อ “การปฏิรูปการรักษาสันติภาพเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” (Peacekeeping Reform : More Effective and Safer Peacekeeping) และการประชุมในหัวข้อ “มุมมองระดับโลกเกี่ยวกับการรักษาสันติภาพในอนาคต” (Global Perspectives on The Future of Peacekeeping) ภายหลังการหารือ คณะได้รับเกียรติร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ กระทรวงกลาโหมเยอรมนี เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ
ในวันที่ 14 พ.ค.68 เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะเพื่อให้คำมั่น ในหัวข้อ “การฝึกอบรมและการเสริมสร้างขีดความสามารถ ความเป็นหุ้นส่วน และประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้อง” (Training and Capacity Building, Partnerships, Cross-Cutting Issues) ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของไทยในเวทีความมั่นคงโลก ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย ประชุมในหัวข้อ “ขีดความสามารถสำหรับรูปแบบภารกิจในปัจจุบันและอนาคต” (capabilities for Current and New Mission Models) โดยเป็นการจัดหารือกลุ่มย่อยแบบคู่ขนาน
การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการรักษาสันติภาพในอนาคต (Future of Peacekeeping) รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือ การฝึกอบรม และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติภารกิจ โดยไทยได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมยนี และเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะร่วมกับผู้แทนจากนานาประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางไปประเทศเยอรมันในครั้งนี้ นายภูมิธรรมจะมีการพูดคุยถึงปัญหาเครื่องยนต์เรือดำน้ำ ของกองทัพเรือไทย ขึ้นมาหารือกับประเทศเยอรมัน หรือไม่ เนื่องจากนายภูมิธรรมได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าได้พูดคุยกับผู้ช่วยทูตทหารเยอรมัน ประจำประเทศไทย เรื่องให้ประสานกับทางรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมเยอรมัน เรื่องที่ไทยจะขอซื้อเครื่องยนต์ MTU 396 มาใส่ในเรือดำน้ำ กองทัพเรือไทย เอง
– 006
