‘โฆษก สธ.’ สอนมวย ‘สว.วีระพันธ์’ อ่าน กม.วิชาชีพเวชกรรมให้ดี ยัน’สมศักดิ์’ทำตามอำนาจ

'โฆษก สธ.' สอนมวย 'สว.วีระพันธ์' อ่าน กม.วิชาชีพเวชกรรมให้ดี ยัน'สมศักดิ์'ทำตามอำนาจ

‘โฆษก สธ.’ สอนมวย ‘สว.วีระพันธ์’ อ่าน กม.วิชาชีพเวชกรรมให้ดี ยัน’สมศักดิ์’ทำตามอำนาจ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.38 น.

“โฆษกสธ.” โต้  ‘สว.วีระพันธ์’  ปมมติแพทยสภาลงโทษ 3 หมอกรณีชั้น 14  ไล่ให้กลับไปศึกษาพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมให้ถ่องแท้ ยันรัฐมนตรี“สมศักดิ์“ ใช้อำนาจตามกฎหมาย  ไม่แทรกแซงวิชาชีพแพทย์ 

น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า ตามที่นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภาโพสต์ข้อความในเพจ เฟซบุ๊คเตือนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุขให้เคารพกระบวนการของแพทยสภาและรักษาเส้นแบ่งระหว่างอำนาจทางการเมืองกับความเป็นอิสระของวิชาชีพแพทย์ กรณีมติแพทยสภาลงโทษแพทย์ 3 คนปมชั้น 14 ร.พ.ตำรวจ เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมิได้หวั่นไหวหรือวิตกกังวลใดๆ เพียงแต่แปลกใจว่า นายวีระพันธ์กลัวอะไรนักหนา หรือมีมิจฉาทิฐิอะไรบางอย่างตกค้างอยู่ในจิตใจเหมือนคนกลุ่มหนึ่งที่เกือบ 20 ปี ยังไม่เลิกโกรธเกลียดอาฆาตแค้นนายทักษิณ ชินวัตรหรือไม่ 

น.ส.ตรีชฎากล่าวว่า หลังจากนายสมศักดิ์ได้รับทราบมติแพทยสภาให้ลงโทษ 3 แพทย์ 1 คนโดนตักเตือน อีก 2 คนโดนพักใบอนุญาตวิชาชีพเวชกรรม ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณาตามมาตรา 25 แห่งพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 จำนวน 10 คน มีอำนาจหน้าที่เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หากคณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายก็ให้กระทำได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการทั้ง 10 คน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาคัดเลือกมาล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีเกียรติประวัติที่เชื่อถือได้ จึงมั่นใจว่าความเห็นที่คณะกรรมการชุดนี้จะเสนอมาได้ผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ มีข้อเท็จจริงและสภาพแวดล้อมประกอบว่าการกระทำของ 3 แพทย์ผิดจริยธรรมหรือไม่ กระบวนการสอบข้อเท็จจริงและบทลงโทษมีความเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด จากนั้นนายสมศักดิ์จะพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมที่สุด

โฆษกสธ.ฝ่ายการเมืองกล่าวต่อไปว่า นายวีระพันธ์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาน่าจะรู้เรื่องกฎหมายดีว่าพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า รมว.สาธารณสุขในฐานะสภานายกพิเศษของแพทยสภามีเวลา 15 วันในการพิจารณามติของแพทยสภา ซึ่งมี 2 แนวทาง 1. เห็นชอบกับมติแพทยสภา 2. ยับยั้งหรือวีโต้มติแพทยสภา โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผล หากพ้น 15 วัน รมว.สาธารณสุขไม่ดำเนินการใดๆ มติของแพทยสภาจะมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้า รมว.สาธารณสุขใช้สิทธิ์วีโต้ แพทยสภาจะต้องพิจารณาใหม่ หากยืนยันมติเดิม จะต้องได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด จากกระบวนการดังกล่าว นายวีระพันธ์ควรจะรับรู้ว่า นายสมศักดิ์ไม่อาจดำเนินการอะไรตามใจชอบของตัวเองได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายซึ่งออกในสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ บังคับใช้มา 40 กว่าปีแล้ว 

เปรียบได้กับศาลยุติธรรมซึ่งมี 3 ศาล คือชั้นต้น อุทธรณ์และฎีกา ส่วนศาลปกครองก็มีชั้นต้นและชั้นสูง การพิพากษาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อจะได้อำนวยความยุติธรรมให้คู่ความ การสอบสวนในหน่วยรัฐก็เช่นกัน มีทั้งสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัย ผลการสอบออกมา ผู้ถูกลงโทษก็มีสิทธิอุทธรณ์ได้และนำไปฟ้องต่อศาลปกครอง ได้เช่นกัน  การวีโต้หรือไม่วีโต้ของ  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ นายวีระพันธ์ไม่สมควรมาเดาและกล่าวหาให้ร้ายนายสมศักดิ์แทรกแซงแพทยสภา ต่างฝ่ายต่างก็ทำไปตามอำนาจหน้าที่ นายวีระพันธ์เป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ทำหน้าที่ตามขอบเขตหน้าที่ของตนเองตามกฎหมายไป และควรต้องรู้ว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนและมีการถกเถียงในสังคม ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย 

“ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามขั้นตอนและกระบวนการ มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องกำลังทำไปตามอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้  และควรยอมรับฟังความเห็นต่างหรือเหตุผลอีกฝ่าย ไม่ควรพยายามจะเอาแต่ใจตัวเอง รอเวลาไม่กี่วัน ทุกฝ่ายควรเข้าใจและยอมรับในบทบาทหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น ไม่ควรชี้นำสังคมไปในทางที่ตนเองเชื่อ”น.ส.ตรีชฎากล่าว

Leave a comment