
‘สนธิญา’ยื่น‘กกต.’สอบ‘เพื่อไทย’ เลื่อนแจก‘เงินหมื่น’ส่อขัดรธน.หรือไม่
วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.49 น.
‘สนธิญา’ยื่น‘กกต.’สอบ‘เพื่อไทย’ เลื่อนแจก‘เงินหมื่น’ส่อขัดรธน.หรือไม่
21 พฤษภาคม 2568 นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหนทางการเมือง ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาลประกาศเลื่อนแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย (พท.) ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 หรือไม่
นายสนธิญา กล่าวว่า ตอนหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ประกาศจะทำนโยบายนี้ หากเป็นรัฐบาลภายใน 90 วัน ซึ่งตนก็คัดค้านมาตลอดเพราะเห็นว่าทำไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เลื่อนมาเรื่อย ล่าสุดเมื่อวาน (20 พ.ค.68) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชะลอนโยบายแจกเงินทำให้ผู้มีอายุ 16-60 ปี ไม่ได้รับการแจกเงิน โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ในสหรัฐไม่ดี มีสงครามยูเครน อิสราเอล
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่ 11 กันยายน 2566 นับจนถึงวันนี้ 1 ปี 8 เดือน 22 วัน ถ้าจะทำก็ทำไปแล้ว ดังนั้นการจะมาอ้างเรื่องนี้เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องเป็นเหตุเป็นผลกัน ทำให้ต้องมาร้องต่อ กกต.ในประเด็นว่าถ้าเมื่อใดก็ตามงบฯ 10,000 ล้านบาท ที่จะแจกให้กับประชาชน 52 ล้านคน เป็นงบฯรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าด้วยหมวด 16 การปฏิรูประเทศไทย มาตรา 258 ก. ด้านการเมือง ว่าด้วยนโยบายพรรคการเมือง จะต้องได้รับการศึกษา ทบทวน และความเสี่ยงอย่างครบถ้วน ก่อนจะประกาศออกมาเป็นนโยบายของพรรคการเมืองหาเสียงได้
อย่างไรก็ตาม วันนี้ รมช.คลัง ทั้ง 2 คนของพรรคเพื่อไทย หลอกลวงประชาชนเกี่ยวกับนโยบาย 10,000 บาท และบอกว่าวันนั้น วันนี้ และตอนนี้ชะลอไปก่อน คำว่าชะลอไปก่อน จะจ่ายอย่างไร เมื่อไร และยังจะเอาเงินไปใช้เรื่องน้ำ เรื่องสารพัด ตนถามว่าขณะนี้ในการค้า การขายของพี่น้องประชาชนจะตายกันหมดแล้ว เรียกร้องให้เอาส่วนหนึ่งมาใช้ เพื่อให้เงินส่วนนั้นลงไปสู่พี่น้องประชาชน จึงต้องมายื่นให้ กกต. วินิจฉัย ว่าการกระทำหรือนโยบายของพรรคเพื่อไทย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 หรือไม่
นอกจากนี้ ขอให้ กกต.มีมาตรการในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในสมัยหน้า ให้พรรคการเมืองประกาศนโยบายที่สามารถให้ประชาชนเข้าถึงได้ การที่พรรคเพื่อไทยไม่แจกเงิน 10,000 บาท เป็นการทำลายระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ประชาชนจะไม่เชื่อพรรคการเมืองอีกต่อไปในการประกาศนโยบาย ซึ่งถ้า กกต. ไม่วินิจฉัยและไม่ยื่นไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องให้พิจารณา ตนก็จะนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นการประกาศนโยบายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่สามารถทำได้