จี้สว.ติดคดีฮั้วหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘แทนคุณ’ร้องปธ.สภา ชี้ปชช.เอือมพฤติกรรม

จี้สว.ติดคดีฮั้วหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘แทนคุณ’ร้องปธ.สภา ชี้ปชช.เอือมพฤติกรรม

จี้สว.ติดคดีฮั้วหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘แทนคุณ’ร้องปธ.สภา ชี้ปชช.เอือมพฤติกรรม

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จี้สว.ติดคดีฮั้วหยุดปฏิบัติหน้าที่

‘แทนคุณ’ร้องปธ.สภา ชี้ปชช.เอือมพฤติกรรม ‘เจ๊แมว’ฟ้องหมิ่น‘หนู’ ถูกด่ารุนแรงกักขฬะ หลังยื่นร้องกกต.ยุบภท.

ประชาชนเอือมพฤติกรรมแล้ว! “แทนคุณ”บุกสภายื่น“วันนอร์” ประธานรัฐสภา จี้สว. ต้องคดีฮั้ว หยุดปฏิบัติหน้าที่ ท้าโชว์สปิริตลาออก แฉไม่ใช่แค่“สีน้ำเงิน”แต่ยังมี“สีอื่น”ที่นัดกันก่อนวันเลือก ด้าน “กุสุมาลวตี” ยื่นฟ้องหมิ่น “เสี่ยหนู อนุทิน” รับไม่ได้ใช้คำตอบโต้รุนแรงเกินไป

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นางกุสุมาลวดี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.สำรอง) ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ฯ โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 21 กรกฎาคม นี้ เวลา 09.00 น.

ภายหลังยื่นฟ้อง นางกุสุมาลวดี กล่าวว่าวันนี้ตนเดินทางมายื่นฟ้องนายอนุทินในข้อหาหมิ่นประมาทจากที่นายอนุทินใช้คำพูดใส่ร้ายทำนองว่าตนเป็นคนกักขฬะ นิสัยไม่ดีชอบพูดโกหก ตนดูส่วนนี้มาแล้วมองว่าเข้าข่ายความผิด การหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

เผยสว.ถูกครอบงำ

“นายอนุทินมีความเป็นผู้ใหญ่รวมทั้งมีตำแหน่งเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยไม่ควรที่จะใช้คำพูดแบบนี้กับตน และไม่เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องในฐานะที่เจ้าตัวดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ด้วย และด้วยความรู้สึกว่าจะต้องมีคนขึ้นมาปกป้องประชาธิปไตยและต่อต้านขบวนการที่ไม่ถูกต้อง เพราะหากปล่อยให้ส.ว.ทั้งหมดถูกครอบงำไม่ว่าจะเป็น ปปช. กกต. และองค์กรอิสระทั้ง 7 ถูกคนบางกลุ่มครอบงำ ประเทศของเราจะอยู่อย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของตนที่เป็นพลเมืองคนหนึ่งเข้าร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อขอให้ยุบพรรคการเมืองหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ “นางกุสุมาลวดี กล่าว

นางกุสุมาลวดี กล่าวต่อด้วยว่า ตนอยากถามไปยังนายอนุทินว่า ตนทำผิดเรื่องใดทำไม่ไม่ไปแจ้งข้อกล่าวหาให้จบสิ้นกระบวนการก่อน ค่อยออกมาพูด ซึ่งการที่ออกมาบอกว่าร้ายตนนั้นไม่ใช่การติติงในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะแต่เป็นการพูดในเรื่องส่วนตัว

จ่อร้องเรียนจริยธรรมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีลิ่วล้อของนายอนุทินเข้ามาด่าว่าตนอีก ตนขอยืนหยัดอยู่เคียงข้างสิ่งที่ถูกต้อง การพูดจาดูถูกตนแบบนั้นทำให้รู้สึกว่าครอบครัวของตนก็ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาทั้งสส. และสมาชิกสภาจังหวัดมหาสารคาม การมากล่าวหาแบบนี้รวมถึงให้ลูกน้องมาขุดคุ้ยประวัติของตนนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง ตนจึงอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และจะไม่มีการถอนฟ้องอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้ภายหลังจากนี้ถ้าเกิดตนชนะคดีขึ้นมา ตนจะฟ้องแพ่งนายอนุทินและเรียกค่าเสียหายด้วยอย่างแน่นอน และหลังจากนี้จะมีการไปร้องเรียนเรื่องจริยะธรรมต่อที่สภาผู้แทนอีกในวันนี้อีกด้วย

รับไม่ได้ใช้คำพูดรุนแรง

เมื่อถามว่าคำพูดที่นายอนุทินพูดนั้นถือว่าเข้าข่ายการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหรือไม่ ทนายความของนางกุสุมาลวดี กล่าวว่า ถ้อยคำที่ถูกบรรยายเอาไว้ว่าเข้าข่ายการกระทำผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้น ยังไม่ได้บัญญัติคำว่า กักขระเอาไว้ แต่มีคำพูดหนึ่งที่นายอนุทินใช้พูดถึงนางกุสุมาลวดีนั้น เป็นคนชอบโกหก พูดไม่จริงมานาน นั้น ในฐานะที่นางกุสุมาลวดีเคยดำรงตำแหน่ง ส.ส.นั้น ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ ถ้าประชาชนเชื่อตามคำพูดของนายอนุทินจะทำอย่างไร ซึ่งตนเข้าใจว่าคำพูดทั้งหมดเมื่อเอามารวมกันเข้าองค์ประกอบการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา แต่ในวันนี้หลังจากยื่นฟ้องไปแล้วจะต้องตรวจก่อนว่าถ้อยคำทั้งหมดนั้นมีส่วนไหนที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ไม่ว่าศาลจะตีความออกมาภายหลังว่าคำพูดนั้นเข้าข่ายหรือไม่เข้าข่าย ตนก็ถือว่าได้ได้ทำหน้าที่ตรงส่วนนี้แล้วว่าคนเราอย่ามาด้อยค่าคนอื่น

จี้สว.โดนคดีลาออก

เมื่อเวลา10.30น. ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา โดยมีนายคัมภีร์ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้กำกับดูแลสว. ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ให้มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อเปิดทางให้มีการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดยนายแทนคุณ กล่าวว่า เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฎต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. 2567 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 77(1) และมาตรา 62 โดยมีสว.ถูกตั้งข้อกล่าวหา และมีหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิดในคดีพิเศษทั้งอั้งยี่ และฮั้วเลือกตั้งสว. รวมถึงกรณีที่สว.บางส่วนยื่นร้องเรียนให้อธิบดีดีเอสไอและอนุกรรมการสืบสวนของกกต. พ่วงดีเอสไอหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งการกระทำลักษณะนี้เหมือนการแทรกแซงอำนาจการสอบสวนของพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นอดีต สส.และภาคประชาชนทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในในลักษณะต่อต้านการตรวจสอบและปัดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายและขาดวุฒิภาวะ ทำให้ภาพลักษณ์สภาไทยเสียหายรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน สว.หลายคนมีลักษณะยกตนข่มท่าน แสดงท่าทีตลกขบขัน เสียดสีอย่างไร้มารยาท เช่น แลบลิ้น ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาต่างประเทศอย่างผิดกาลเทศะ เพียงเพื่อต้องการตอบโต้หรือหลีกหนีการตอบคำถามของสื่อ

จวกไร้ความสง่างาม

นายแทนคุณ กล่าวอีกว่า พวกตนไม่สามารถทนดูสภาพที่อดสูที่เกิดขึ้นได้ จึงขอให้ประธานรัฐสภาหามาตรการดำเนินการให้สว.เหล่านี้หยุดปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว หรือหากให้ดีคือลาออกเพื่อแสดงสปิริตไม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชนต่อไป และสามารถอ้างได้ว่าสมาชิกรัฐสภายังมีศักดิ์ศรี คงเกียรติภูมิไว้ให้ลูกหลานได้ภูมิใจบ้าง เพราะหากยังมีพฤติกรรมน่าละอายต่อไปอาจจะเกิดเหตุการณ์บานปลายและไร้ความศรัทธาจากประชาชนจากการกระทำที่ไม่สง่างามเหล่านี้

“แม้ว่ากระบวนการยุติธรรมจะล่าช้ากว่าจะดำเนินการจนถึงที่สุด แต่กระบวนกฎแห่งกรรมที่อยู่ในของท่านจะเป็นตัวชี้วัดสำนึกความละอาย กลัวบาปที่กระทำลงไป ท่านย่อมทราบดีว่าที่ท่านทำคืออะไร และต้องยอมรับผลกฎนั้นแน่นอนและจะรวดเร็วกว่ากฎใดๆ” นายแทนคุณ กล่าว

เผยยังมีสีอื่นมีเอี่ยวด้วย

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ตนเคยสมัครสว.ในรอบที่ผ่านมา และเห็นว่ามีการนัดหมายกันก่อนวันเลือกตั้งทุกครั้ง ซึ่งไม่ใช่แค่สีน้ำเงิน ยังมีสีอื่นอีก ซึ่งสถานที่นัดหมายคือ พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแห่งหนึ่งแถวสยามสแควร์ตรงข้ามกับสนามกีฬาฯ ตนได้ผ่านคัดเลือกไปถึงระดับเขต ก็มีเลขออกมาตรงตามที่ล็อกไว้เลย 2 หมายเลข คะแนนนำโดดจนคนอื่นตามไม่ทัน ตนยังเก็บและจดตัวเลขเหล่านั้นไว้ หากจะให้ตนไปเป็นพยานก็ยินดี ทั้งนี้ที่ตนไม่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เพราะยังอยากเห็นสำนึกของสว. แต่ตอนนี้สถานการณ์เรื่องการทุจริตลุกลามบานปลายจนได้ชื่อว่าเทาแลนด์ หากจะเริ่มต้นแก้ไขก็ควรเริ่มที่การเมืองซึ่งสามารถตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเข้มข้นโดยเฉพาะจากสมาชิกวุฒิสภา ตนเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป หากมีสำนึกก็ขอให้ลาออกเพราะจะสง่างามมากกว่าการถูกดำเนินคดี เพราะวันนั้นจะไม่เหลือที่ให้อยู่ในแผ่นดินไทย

อัดโกหกจนลิ้นดำ

ด้านนายบุญส่ง ชเลธร รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองหัวหน้าพรรคก้าวอิสระ กล่าวว่า แม้คนจะรู้กันทั่วประเทศ แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ออกมาปฏิเสธกันจนลิ้นดำ ตนขอใช้คำว่าโกหกจนลิ้นดำ เพราะความหมายของมันไม่ใช่อยู่ที่การแลบลิ้นมาโชว์ว่าลิ้นขาวหรือไม่ แต่คือการโกหกจนเคยตัว เป็นสันดาน อย่างไม่น่าเชื่อถือ ทุกวันนี้เราปล่อยให้สว.ลิ้นดำทั้งหลายออกมาโฆษณาชวนเชื่อ ปกป้องตัวเอง

นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตนจึงไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้จะมีจิตสำนึกในการลาออกหรือยุติบทบาทหน้าที่ด้วยตัวเองจึงขอเรียกร้องทุกฝ่ายรวมถึงประธานรัฐสภา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนให้ช่วยกันสร้างกระแสกดดันให้สว.ที่ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่โดยทันที เพราะหากปล่อยไว้ สัปดาห์หน้าก็จะมีการรับรองกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ชัดเจนจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินต่อไปไม่ได้

ขณะนายคัมภีร์ กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวเพื่อส่งต่อให้นายวันมูหะมัดนอร์พิจารณาดำเนินการต่อไป

วันนอร์”ให้ฝ่ายกม.ไปดูแล

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีผู้มายื่นร้องขอให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สมาชิกวุฒิสภาหยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ความจริงแล้วการยื่นขอให้สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ควรจะยื่นไปที่ประธานวุฒิสภามากกว่า แต่เมื่อยื่นมาทางตนก็หมายความว่าอยู่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แต่เมื่อมีการยื่นมาแล้วก็คงต้องให้ฝ่ายที่ปรึกษาด้านกฎหมายพิจารณาในเนื้อหาสาระ ว่าเข้าข่ายที่ประธานรัฐสภาจะดำเนินการศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

เมื่อถามว่าเจตนาของการยื่นเรื่องนี้ ส่งผลต่อการพิจารณาเลือกกรรมการองค์กรอิสระหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการประชุมของวุฒิสภาว่าจะสามารถดำเนินการตามข้อบังคับได้หรือไม่ และเป็นหน้าที่ของประธานวุฒิสภา ที่จะพิจารณาบรรจุเรื่องใดในการเปิดการประชุมสมัยวิสามัญ ขณะเดียวกันก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกที่จะแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายความเห็นของตัวเองก็สามารถทำได้ ซึ่งส่วนตัวไม่สามารถลงลึกในบทบาทของวุฒิสภาได้ เพราะเขามีข้อบังคับของตัวเอง ดังนั้น ประธานวุฒิสภาจะต้องเป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้เอง

เตือน”ชูศักดิ์”อย่าปล่อยล้มมวย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ยังเป็นประธานเปิดการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “การมุ่งสู่การเป็น Open Government และ ขับเคลื่อน Data Center ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย”

และกล่าวตอนท้ายในการเปิดงานว่า “โดยเฉพาะวิทยากรที่จะมาบรรยายต่อในหัวข้อนี้ คือ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งในโอกาสนี้นายวันมูฮัมหมัดนอร์ ได้กล่าวแสดงความยินดีและกล่าวแซวนายชูศักดิ์ “ รับตำแหน่งใหม่นะ ดูแลดีเอสไอให้ดี เขากลัวจะเป็นมวยล้มต้มคนดู ระดับมืออดีตอธิการมหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว คงไม่ล้มคนดูแน่ ก็ต้องทำให้ได้อย่างเต็มที่”ประธานสภาผู้แทน กล่าว

ฟัน 2ผู้สมัครสว.ปากน้ำ

ด้าน เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต. ที่มีคำสั่งให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิเลือกตั้งของ จ.สมุทรปราการ จำนวน 2 คน พร้อมดำเนินคดีอาญา เนื่องจากหลักฐานชัดเจรจาเสนอตำแหน่ง-ผลประโยชน์แลกลงคะแนนให้

Leave a comment