ปิดฉาก BEING Thailand 2025 ตอกย้ำไทย ‘ผู้นำด้านเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่’ ระดับโลก

ปิดฉาก BEING Thailand 2025 ตอกย้ำไทย ‘ผู้นำด้านเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่’ ระดับโลก

ปิดฉาก BEING Thailand 2025 ตอกย้ำไทย ‘ผู้นำด้านเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่’ ระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประเทศไทย มุ่งยกระดับแนวคิดด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี หลังจากเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 4 ทศวรรษ ท่ามกลางกระแสใหม่ที่คำว่า “Well-being” กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของยุคนี้

เมื่อเทรนด์สุขภาพทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคและนักเดินทาง ประเทศไทยก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะผู้นำที่รู้เท่าทันและปรับตัวได้อย่างชาญฉลาดในโลกของเศรษฐกิจสุขภาพ ที่งาน Being Thailand 2025 ณ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยถูกจับตามองในบทบาทสำคัญในการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การบริการ การดูแลสุขภาพ และตลาดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาวะ” มากยิ่งขึ้น โดยสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศในเวทีระดับนานาชาติด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

Viona Zhang, Paul Keen และ Sumi Soorian 

ตลอดเวลากว่า 30 ปี ประเทศไทยได้พัฒนา “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่มีความหลากหลาย จากจุดเริ่มต้นที่เน้นการทำสปาและการบำบัดแบบองค์รวม สู่การเติบโตเป็นตลาดสุขภาพที่ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่รีสอร์ตที่เน้นการยืดอายุขัย การแพทย์แบบผสมผสาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ โดยเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตได้เปลี่ยนโฉมไปเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะที่ครบครัน ทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ แบรนด์โรงแรมระดับโลก และอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ที่รองรับไลฟ์สไตล์สุขภาพอย่างแท้จริง

Viona Zhang รองกรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวว่า “เศรษฐกิจสุขภาพของไทยในวันนี้ ไม่ได้แค่ขยายตัว แต่กำลังปรับทิศทางเพื่อเตรียมพร้อมรับอนาคต ซึ่งงาน Being Thailand 2025 ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่นำผู้คนในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์แนวโน้มตลาด และหารือถึงแนวทางการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้ตอบรับกับความต้องการรูปแบบใหม่ที่กำลังจะมาถึง”

งานนี้ถูกออกแบบในรูปแบบ B2B ที่เน้นการเชื่อมโยง สร้างแรงบันดาลใจ และแบ่งปันองค์ความรู้ ผ่านเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนแนวคิดเชิงกลยุทธ์ และกิจกรรมด้านสุขภาวะที่ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพระหว่างผู้เล่นจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของ “สุขภาวะ” ที่เน้นประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติ

ข้อมูลจากรายงาน Wellness Economy Report 2025 โดย C9 Hotelworks เผยให้เห็นภาพรวมและแรงขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมสุขภาพในไทย โดยพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 194,000 ล้านบาท (5.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2022 เป็น 419,000 ล้านบาท (11.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2023 ซึ่งการเติบโตได้รับแรงหนุนหลักจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็นสัดส่วนจาก 23% เป็น 40% ของตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของเศรษฐกิจสุขภาพไทยในปี 2023 อยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท (38.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่งผลให้ประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในสิบของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ขณะที่เทรนด์สุขภาพยังคงส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าและรองเท้าสำหรับออกกำลังกาย ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 52% ของตลาดในกลุ่มสุขภาพทางกาย ขณะที่อาหารและเครื่องดื่มที่ติดฉลากเพื่อสุขภาพก็มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 198,000 ล้านบาท (5.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งการเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า “สุขภาพ” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน มากกว่าแค่การดูแลตัวเองเฉพาะช่วงวันหยุดหรือทริปท่องเที่ยว

นอกจากนี้ แนวโน้มการพัฒนาในธุรกิจโรงแรมและที่พักก็เปลี่ยนแปลงไป โดยจากเดิมที่บริการด้านสุขภาพมักจำกัดอยู่ในรีสอร์ตเฉพาะทาง แต่ปัจจุบัน แนวคิดด้านสุขภาวะได้ถูกผสานเข้ากับโรงแรมในหลายระดับมากขึ้น เห็นได้จากการเปิดตัวของโครงการใหม่อย่าง Clinique La Prairie แห่งแรกในเอเชียที่ตรีวนันดา ภูเก็ต และโครงการ Silver Wellness & Residence โดย BDMS ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังปรับภาพลักษณ์สู่การเป็นศูนย์กลางด้านการยืดอายุขัย การดูแลสุขภาพที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมแบบองค์รวม

ทั้งนี้ งาน Being Thailand 2025 ได้เปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชิงลึกและการสร้างพันธมิตรระดับภาคการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ สุขภาพผู้บริโภค การแพทย์ และการลงทุน พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต้นแบบการบูรณาการแนวคิด “สุขภาวะ” ที่เข้ากับยุทธศาสตร์ระดับชาติและการเติบโตของภาคเอกชน

Leave a comment